บุกค่ายเช็กฟิต จ้าวเสือใหญ่-แรมโบ้เล็ก-อาลีฟ ก่อนยกทัพลุยศึก ONE Fight Night 32
จ้าวเสือใหญ่ ม. กรุงเทพธนบุรี, แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ และอาลีฟ ส.เดชะพันธ์ 3 นักสู้ดาวดังแห่งค่ายมวยส.เดชะพันธ์ เปิดประตูค่ายต้อนรับกองทัพสื่อมวลชน อัพเดตความพร้อมล่าสุดผ่านกิจกรรมเช็กฟิต (Open Workout) ก่อนแท็กทีมไปล่าชัยชนะพร้อมกัน ในศึก ONE Fight Night 32 ที่จะระเบิดความมันจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) สู่สายตาแฟนกีฬาการต่อสู้ใน 195 ประเทศทั่วโลก ถ่ายทอดสดในช่วงไพรม์ไทม์ของสหรัฐอเมริกา ตรงกับเวลา 08.00 น. ของวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายนนี้ ตามเวลาประเทศไทย
โดย จ้าวเสือใหญ่ ม. กรุงเทพธนบุรี, แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ และอาลีฟ ส.เดชะพันธ์ ได้เปิดค่ายมวย ส.เดชะพันธ์ โชว์เนื้อตัวล่าสุด พร้อมซ้อมโชว์ความฟิตให้สื่อมวลชนได้เก็บภาพอย่างเป็นกันเอง รวมทั้งให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงความพร้อมก่อนขึ้นสังเวียนพร้อมกันในศึก ONE Fight Night 32 เสาร์ที่ 7 มิถุนายนนี้
“จ้าวเสือใหญ่” ที่ไฟต์นี้จะเลื่อนชั้นขึ้นมาชกบนเวที ONE (ใหญ่) เป็นครั้งแรก และต้องเจอศึกหนัก พบกับ “นักรบ แฟร์เท็กซ์” คู่ชกดีกรีเจ้าของตำแหน่งผู้ท้าชิงอันดับ 4 ของแรงกิ้ง ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) จากสุรินทร์ ในกติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต โดยเจ้าตัวได้เผยถึงเป้าหมายในการเก็บชัยชนะ เพื่อลุ้นมีชื่อเข้าไปติดอยู่ในแรงกิงของรุ่นนี้ให้ได้
จ้าวเสือใหญ่ กล่าวว่า ไฟต์นี้เก็บตัวซ้อมประมาณเดือนนิดๆ ความพร้อมตอนนี้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว เรื่องน้ำหนักไม่มีปัญหา ส่วนการเปลี่ยนมาชกตอนเช้าคิดว่าไม่มีผล เพราะเปลี่ยนมาซ้อมในช่วงเช้าให้หนักขึ้นกว่าเดิมครับ
“นักรบ เป็นมวยที่มีจุดแข็งคือเรื่องความทนและเดินออกอาวุธได้ตลอด ส่วนจุดอ่อนก็คือเข้ามวยหลวม ซึ่งผมเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว ถ้ามีจังหวะแลก ผมพร้อมแลกเต็มที่ และจะใช้จังหวะสองให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้ามีโอกาสปิดเกม ผมก็อยากจะทำให้ได้ทันทีครับ”
“สำหรับไฟต์แรกของผมบนเวที ONE (ใหญ่) ผมตั้งใจจะชกให้สนุก สู้ให้ถึงที่สุด และโชว์แม่ไม้มวยไทยให้ทุกคนได้เห็น และไฟต์นี้ยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผม เพราะถ้าชนะนักรบได้ ก็อาจมีสิทธิ์เข้าไปติดในท็อปแรงกิง ซึ่งผมหวังว่าจะเปิดตัวได้อย่างสวยงามครับ”
ขณะที่ “แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ” จอมบู๊อาวุธคมจากชัยภูมิ เจ้าของตำแหน่งผู้ท้าชิงอันดับ 5 ของแรงกิ้ง ONE มวยไทย รุ่นแบนตั้มเวต (135-145 ป.) ซึ่งมีคิวต้องพบกับ “ดีมิทรี คอฟตุน” มวยหมัดเดือดจากรัสเซีย ในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต ได้ยืนยันถึงความพร้อมในการรักษาตำแหน่งในแรงกิงของตนเองในไฟต์นี้
แรมโบ้เล็ก กล่าวว่า สำหรับ ดีมิทรี เขาเป็นมวยที่เดินได้ถอยเป็น อาวุธอันตรายที่สุดของเขาคือหมัดและความเร็ว แต่จากที่ไปย้อนดูคลิปการชกมา เห็นว่าเขาแทบไม่บังแข้งเลย ไฟต์นี้ผมเลยเตรียมแข้งมาเป็นพิเศษ ส่วนแผนแก้ทางเขาผมก็เตรียมมาไว้แล้ว แต่ขออุบไว้ก่อน ให้รอดูบนเวที
“ผมเก็บตัวซ้อมเพื่อไฟต์นี้มาเกือบ 2 เดือน ความพร้อมตอนนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ ผมตั้งใจมาก อยากเก็บชัยชนะเพื่อทำฟอร์มและไต่แรงกิงขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้ถึงแชมป์ให้ได้ ซึ่งถ้าผ่านไฟต์นี้ไปได้ ในใจผมก็มีคนที่อยากเจอด้วยในไฟต์ต่อไปแล้วครับ”
ด้าน “อาลีฟ ส.เดชะพันธ์” ดาวรุ่งก้านยาวลูกครึ่งไทย-มาเลย์ ที่มีคิวต้องดวลเดือดกับ “เอลเมห์ดี เอล จามารี” จอมบู๊พลังแกร่งจากโมร็อกโก ในกติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ออกมาประกาศความพร้อมที่จะออกล่าชัยชนะไฟต์ที่ 4 ติดต่อกัน เพื่อทำฟอร์มสู่การขึ้นชิงบัลลังก์มวยไทยของรุ่นนี้ต่อไป
อาลีฟ กล่าวว่า หลังจากซ้อมมา 2 เดือน ตอนนี้ ความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ไฟต์นี้เสริมเรื่องความแข็งแรงเข้าไป เคยชกกับพี่ชายของ เอลเมห์ดี (ซากาเรีย เอล จามารี) มาแล้ว สไตล์ทั้งคู่คล้ายๆ กัน แต่คิดว่าคนน้องเก่งกว่า ซึ่งก็เตรียมแผนแก้ทางมาแล้ว โดยต้องระวังหมัดและต้องป้องกันตัวให้ดีที่สุด
“ครั้งนี้ผมอยากได้โบนัส จะพยายามปิดเกมน็อกให้ได้ ส่วนเป้าหมายของผมคืออยากเป็นแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นสตรอว์เวต ให้ได้ ซึ่งต้องขึ้นกับทางโปรโมเตอร์ว่าจะจัดให้เมื่อไหร่ ถ้าเห็นว่าเหมาะสม ผมก็พร้อมครับ แต่ต้องผ่านไฟต์นี้ไปให้ได้ก่อน และค่อยดูไปทีละไฟต์ครับ”
แฟนกีฬาชาวไทยสามารถจองบัตรเข้าชมในสนามผ่านทาง THAI TICKET MAJOR คู่แรกเริ่มเวลา 08.00 น. รับชมการถ่ายทอดสดทาง ช่อง 7HD กด 35 (ภาษาไทย) เริ่ม 10.00 น.

