หน้าแรก กีฬา มวย พิมล ย้ำเดินห...

พิมล ย้ำเดินหน้ามอบป้ายรับรองมาตรฐานมวยไทย ชี้เป็นผลดีค่ายได้รับการยอมรับ ลูกค้าเพิ่มขึ้น

27.08.25 | 13:12 น.

พิมล ย้ำเดินหน้ามอบป้ายรับรองมาตรฐานมวยไทย ชี้เป็นผลดีค่ายได้รับการยอมรับ ลูกค้าเพิ่มขึ้น

“บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านกีฬา (มวยไทยซอฟต์พาวเวอร์) ครั้งที่ 7/2568 ที่ห้องประชุมชั้น 4 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยมีคณะอนุกรรมการเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ภายหลังการประชุม ผศ.พิมล เปิดเผยว่า ในที่ประชุมมีการพูดคุยกันหลายเรื่อง แต่เรื่องสำคัญก็คือ จากการที่คณะอนุกรรมการฯ, กกท. และสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ได้เดินทางไปมอบโล่ Standard Muaythai Gym หรือ SMG ให้กับค่ายมวยที่อยู่ในต่างประเทศนั้น ปรากฎว่ามีการร้องเรียนจากกลุ่มคนบางกลุ่มว่าคณะกรรมการไม่สามารถทำแบบนี้ได้

บิ๊กเอ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามต้องชี้แจงก่อนว่า การมอบป้าย SMG ให้กับค่ายมวยต่างประเทศนั้น เป็นสิ่งที่ค่ายมวยต่างๆ ให้ความสำคัญอย่างมาก หลายคนติดต่อมาว่าอยากได้ป้ายนี้เพราะว่าเป็นการได้รับการยอมรับจากประเทศไทย ทำให้มีลูกค้ามากขึ้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่คณะกรรมการต้องการ เหมือนกับ กระทรวงพาณิชย์ มอบป้าย Thai Select ให้กับร้านอาหารไทยในต่างประเทศ

“การทำแบบนี้เหมือนเป็นการรับรองจากรัฐบาล ให้การยอมรับค่ายมวยต่างๆ ซึ่งมวยไทยเป็นของคนไทย ไม่มีใครเป็นเจ้าของทั้งนั้น เราแค่ให้การยอมรับค่ายมวยต่างๆ ในต่างประเทศ​ และไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น ซึ่งมันไม่ได้ผิดกฎหมายด้วย ยกเว้นแต่ถ้าประเทศไหนมีเรื่องติดขัดทางกฎหมายก็มาพูดคุยกัน แต่สิ่งที่ต้องย้ำคือมวยไทย ไม่ใช่ของกลุ่มคนใด หรือสหพันธ์ใดๆ ดังนั้นเราจะเดินหน้ามอบป้ายมาตรฐานเหล่านี้ให้กับค่ายมวยต่อไป ตอนนี้มีค่ายมวยที่ได้รับป้ายนี้แล้ว 150-160 ค่าย ซึ่งในปีหน้าตั้งเป้าจะมอบให้ถึง 200 แห่งด้วยกัน” ผศ.พิมล กล่าว

Advertisement

ผศ.พิมล ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้เรายังมีการพูดคุยเรื่องการทำมาตรฐานมวยไทย ที่ทางคณะอนุกรรมการฯ อยากกำหนดให้มวยไทยมีมาตรฐานที่เหมือนกัน และมีการพูดคุยว่าจะเพิ่มการจัดลำดับขั้น เหมือนคาราเต้ หรือเทควันโด ที่มีสายดำ สายเหลือง ต่างๆ อย่างน้อยผู้เรียนจะได้มีเป้าหมายเพิ่มเติมในการไต่ลำดับขั้นด้วย
“รวมถึงมาตรฐานต่างๆ ทั้งนักเรียน, ครูมวย, ผู้ตัดสิน หรือโปรโมเตอร์ ก็อยากให้มีมาตรฐานกลาง เข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาเพราะว่าแต่ละค่ายมวยก็มีหลักสูตรของตัวเอง ต้องหาจุดตรงกลางร่วมกัน แล้วแต่ละค่ายจะไปต่อยอดเสริมด้านอื่นๆ ก็สามารถทำได้” บิ๊กเอ กล่าว

ผศ.พิมล กล่าวปิดท้ายว่า ส่วนช่วงที่เหลือของปี ก็ยังมีโครงการมวยไทย มาสเตอร์คลาส 2025 ที่เหลืออีก 3 ประเทศคือสเปน, โปรตุเกส และออสเตรเลีย รวมถึงยังมีการแข่งขันมวยไทย ซอฟต์พาวเวอร์ แชมเปี้ยนชิพ ที่จะเร่งทำให้เสร็จภายในปีงบประมาณนี้ และวางแผนต่อยอดไปสู่ปีหน้า เพื่อให้นักมวยระดับกลาง ได้มีเวทีแข่งขันอย่างต่อเนื่องด้วย