หน้าแรก กีฬา มวย ชาตรี-พิมล เช...

ชาตรี-พิมล เชื่อฝีมือนาบิล คว้าทองโอลิมปิก ส.มวยสากล ยันคัดตัวทีมชาติตามระบบ

14.08.26 | 13:39 น.

ชาตรี-พิมล เชื่อฝีมือนาบิล คว้าทองโอลิมปิก ส.มวยสากล ยันคัดตัวทีมชาติตามระบบ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ที่ EVOLVE MMA กรุงเทพฯ ชั้น 9 Em Tower ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ONE Championship ร่วมกับ สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ จัดงานแถลงข่าวประกาศความร่วมมือในการสนับสนุน นาบิล อานาน อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตั้มเวต วัย 22 ปี ในการเดินหน้าสู่การเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ตลอดจนร่วมผลักดันและพัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทยสู่เวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ


ภายในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก นายชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้ก่อตั้ง ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ONE Championship พร้อมด้วย นายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะนายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย, ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอุปนายก สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานฝ่ายเทคนิคกีฬามวยสากล และนาบิล อานาน อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นแบนตั้มเวต

นายชาตรี ศิษย์ยอดธง CEO ONE Championship กล่าวว่า เหตุผลที่เราให้ นาบิล ขึ้นชกมวยสากล มีอยู่ 2 ข้อ ข้อแรกคือนักมวยหัวใจของเขาอยู่ที่ไหน และข้อที่สองเป็นส่วนของ One เราต้องมองว่าเขามีโอกาสได้เหรียญโอลิมปิกเกมส์จริงหรือไม่ ถ้ามองแล้วเห็นว่าโอกาสน้อยก็จะพูดกับนักกีฬาว่า คุณอยู่กับ One ดีกว่า มีโอกาสที่คุณจะกลายเป็นคนรวยมหาศาลได้ง่ายกว่า การจะไปเสียเวลา 2-4 ปีโดยไม่ได้อะไร และถ้าไม่ได้เหรียญทอง เป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับนักมวย ดังนั้นนี่คือ 2 ข้อที่เราให้ความสำคัญ

นายชาตรี กล่าวอีกว่า ด้วยสายตาของตนเองและทีมงาน One มองว่า นักมวยคนนั้นมีโอกาสได้เหรียญหรือไม่ ไม่ใช่แค่เฉพาะนาบิล ตนได้เช็กนักมวยทุกคนในรุ่น 65 กก. และรุ่น 70 กก. คนที่เป็นแชมป์โลก เป็นเจ้าของเหรียญทอง หรือแม้แต่ในไทยมีนักชกคนไหนที่สามารถสู้กับนาบิลได้ในเวตนี้ ถ้าใครคิดว่าสามารถชนะนาบิลได้ให้มาตอนนี้เลย ถ้าทำได้เอาโบนัส 350,000 บาทไปเลย

Advertisement

“ถ้าคุณชกในรุ่น 65 กก. แล้วต้องเจอกับนาบิลที่สูง 194 ซม. คุณจะซ้อมกับใคร คุณจะลองเชิงกับใคร คุณการล่อเป้าด้วยการแขวนเป้าที่สูงได้ แต่การเล่นเชิงคุณจะเอาคนที่สูง 194 ซม. จากไหนมาเป็นคู่ซ้อม ตรงกันข้ามกับนาบิลที่เขาสามารถเล่นเชิงกับนักชกที่สูง 170 ซม. ได้มากมาย ไม่ว่าจะมวยซ้าย มวยขวา นอกจากนี้นาบิลยังมีการป้องกันที่แน่นกว่า เพราะชกนวมเล็กมา แตกต่างจากคนที่คุ้นชินกับการชกนวมใหญ่ ดังนั้นในเวต 65 กก. ใครเอาชนะนาบิลได้เอาโบนัสไปเลย”

ขณะที่ นายพิชัย ชุณหวชิร นายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการฝึกซ้อมของนาบิล สมาคมจะพยายามประสานกับ ONE และค่าย Venum อย่างใกล้ชิด โดยจะซ้อมมวยสากลควบคู่ไปกับการชกมวยไทย ส่วนประเด็นของการคัดเลือกทีมชาติ นาบิลก็จะต้องต่อยเก็บแรงกิ้งเหมือนกับคนอื่นตามระบบ ซึ่งคิดว่าถ้าได้แชมป์สัก 1-2 รายการ ก็น่าจะผ่านคุณสมบัติอย่างไร้ปัญหา

พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอุปนายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานฝ่ายเทคนิคกีฬามวยสากล กล่าวว่า ประเด็นการคัดเลือกทีมชาติ เราไม่ได้ตัดสิทธิ บรรจง สินสิริ แต่ว่าพอ นาบิล ได้ฝึกเทคนิคในส่วนของมวยสากลแล้วการคัดตัวต้องมี ตอนนี้นาบิลไม่ได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทยไปชกโอลิมปิกเลย เขาต้องผ่านการคัดตัวตามระบบ ไม่ได้ตัดนักมวยเดิม เพียงแต่ว่าเราก็เชิญค่ายมวยที่สนใจแล้วอยากมาร่วมในการแข่งขันที่จะเป็นตัวแทนประเทศไทย

ส่วน ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ส่วนตัวมีความมั่นใจว่า นาบิล จะคว้าเหรียญทองกลับมาให้ประเทศไทยแน่นอน โดยภายหลังจากผ่านระยะเวลาไปผ่านไป 2 ปี กีฬาก็คือกีฬา อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่มั่นใจสูงมากว่าเขาจะคว้าเหรียญทองให้กับประเทศไทยได้

ด้าน นาบิล อานาน กล่าวว่า อันดับแรกตนเองก็ต้องไปตามระบบ ไม่ใช่ว่าจะได้ไปต่อโอลิมปิกทันทีเลย ตอนนี้ยังมีเวลาอีก 2 ปี ซึ่งตัวเองก็จะชกในรุ่น 70 กก. ขณะที่การซ้อมกับค่าย Venum ก็มีโค้ชมวยสากลอยู่แล้ว ทำให้จะได้โฟกัสมวยสากลให้มากขึ้น แต่ถ้าสมาคมกีฬามวยสากลฯ มีโปรแกรมฝึกซ้อมเพิ่มเติมให้ ก็ยินดีพิจารณาเพื่อตัวเอง

“ใครที่อยู่ในประเทศไทยพิกัดเดียวกับผม ผมจะไปวัดกับคุณที่ละคน ถ้าผมเก่งที่สุดก็ขอให้ยอมรับผมไปชิงเหรียญ แต่ถ้าคุณเก่งกว่าผมและได้ไปโอลิมปิก ผมก็ยินดีด้วยครับ” นาบิล กล่าวปิดท้าย