บอร์ดมวยฯ ไฟเขียวรับรองมาตรฐานเพิ่มอีก 176 ค่าย อนุมัติ 20 ล้านดูแลรายเดือนบุคลากรกีฬามวยยาวอีก 4 ปี
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาในฐานะประธานคณะกรรมการกีฬามวย เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกีฬามวย ครั้งที่ 2/2569 ที่ห้องประชุมสุวรรณวิจิตร ชั้น 7 อาคาร C กระทวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 7 กันยายน โดยมี น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, นายณัฐพล อันตรเสน ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวยในฐานะ กรรมการและเลขานุการ เข้าร่วม
ภายหลังการประชุม นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย เปิดเผยว่า ที่ประชุมพิจารณาอนุมัติ 2 เรื่องสำคัญเกี่ยวข้องกับวงการมวยไทย เรื่องแรก รับรองมาตรฐานค่ายมวยไทยอาชีพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 176 ค่ายเพิ่มเติมหลังจากฐานข้อมูลค่ายมวยไทยที่ขึ้นทะเบียนตามระเบียบฯ กับสำนักงาน คณะกรรมการกีฬามวย มีจำนวนทั้งสิ้น 4,441 ค่าย และสำนักงานคณะกรรมการ กีฬามวย ได้ดำเนินการตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองมาตรฐาน เพื่อยกระดับ มาตรฐาน ระหว่างปี ปี พ.ศ. 2563 – 2567 ไปแล้วจำนวน 576 ค่าย คิดเป็นร้อยละ 13 แยกเป็นปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ให้การรับรองจำนวน 17 ค่าย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ให้การรับรองจำนวน 173 ค่าย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ให้การรับรองจำนวน 121 ค่าย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ให้การรับรองจำนวน 127 ค่าย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ให้การรับรองจำนวน 138 ค่าย 3.6 ส่วนปี 2568 ไม่ได้รับรองค่ายมวยเนื่องจากไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ กระทั่งกลับมารับรองมาตรฐานอีกครั้งในปีนี้ 176 ค่าย รวมที่รับรองค่ายมวยไปแล้วทั้งสิ้น 752 ค่ายมวย สำหรับ 176 ค่ายมวยที่รับรองใหม่ในปี 2569 แยกเป็น ค่ายมวยขนาดใหญ่ 39 แห่ง ค่ายมวยขนาดกลาง 41 แห่ง ค่ายมวยขนาดเล็ก 96 แห่ง
นางโปรดปราน สมานมิตร กล่าวต่อไปว่า ค่ายมวยที่ได้รับการรับรองจะได้รับสิทธิประโยชน์สำหรับค่ายมวย ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานค่ายมวยไทยอาชีพจะได้รับสิทธิประโยชน์สำหรับค่ายมวย ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานค่ายมวยไทยอาชีพ เพื่อการจูงใจเพื่อรักษาระดับ มาตรฐาน ประกอบด้วย ได้รับใบประกาศนียบัตร, โล่เกียรติยศ และป้ายรับรองมาตรฐานฯ เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ค่ายมวย ได้รับสิทธิ์ ส่งผู้ฝึกสอนมาอบรมผู้ฝึกสอนมวยไทยระดับ License ตามหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากร ได้รับการพิจารณาสนับสนุนค่าตอบแทนผู้ฝึกสอนโครงการ Muaythai for All ได้รับการอำนวยความสะดวกในการออกหนังสือนำเพื่อขอความ อนุเคราะห์กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อออกวีซ่า DTV (Destination Thailand Visa วีซ่าท่องเที่ยว ประเภทพิเศษระยะยาวของประเทศไทย) ให้กับนักท่องเที่ยวที่จะมาเรียนมวยไทยในค่ายมวย ได้รับการประชาสัมพันธ์ค่ายมวยในสื่อ และกิจกรรมในช่องทางต่างๆ ของสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย อีกทั้งยังได้สิทธิ์ รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามวยไทยทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย
รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย กล่าวในตอนท้ายว่า เรื่องที่สองที่ที่ประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบคือ อนุมัติกรอบวงเงิน 20 ล้านบาทเพื่อสวัสดิการ บุคลากรกีฬามวย วงเงินจำนวน 20,000,000 บาท เพื่อให้ความช่วยเหลือสวัสดิการ ตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 พื่อการดำรงชีพเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูอดีต นักมวย (รายใหม่ – รายเก่า) เป็นระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2573 โดยมีทั้งรับรายเดือนๆ ละ 5,000 บาท 45 คน และ 4,000 บาท 7 คน และ 3,000 บาท 3 คน นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการให้ปรับเปลี่ยนแนวทางการช่วยเหลือผู้รับสวัสดิการ สงเคราะห์ เพื่อการดำรงชีพเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูอดีตนักมวย และกรณีผู้ทุพพลภาพ พร้อมมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ กำหนดแนวทางการปฏิบัติโดยให้ใช้เกณฑ์ 4 ปี ต่อรอบการตรวจสอบตามกรอบ หากผู้ได้รับสิทธิ์ยังมีชีวิตและคงคุณสมบัติ ตามเกณฑ์ให้ได้รับการช่วยเหลือต่อเนื่องโดยไม่ต้องยื่นเรื่องหรือเข้าสู่กระบวนการ พิจารณาใหม่ เพียงแต่มอบหมายให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบสถานะ และความจำเป็นของผู้รับสิทธิ์ทุกๆ 4 ปี








