คอลัมน์เกรียนเขียนบอล : ความเสี่ยงสูง

ลิเวอร์พูล ยังอยู่ในช่วง 7 วันอันตราย เพราะโปแกรม 3 นัด ในช่วงนี้ เป็นการลุ้น 2 แชมป์ ทั้งพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

นัดแรกของช่วงอันตรายก็บุกไปโดน บาร์เซโลน่า สอยมา 3-0 ในแชมเปี้ยนส์ลีก นัดแรก ถึงแม้สกอร์จะดูห่าง แต่รูปเกมไม่ได้คนละเกรดไปตามสกอร์ เพราะนักเตะหงส์แดงสู้ได้สนุก ขาดแค่ความเฉียบคมในการจบสกอร์เท่านั้น อีกอย่างต้องชื่นชมความสุดยอดของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่อันตรายเสมอยามอยู่หน้าปากประตูคู่แข่ง ทำเอา เวอร์กิล ฟาน ไดก์ กองหลังที่ว่ากันว่ากำลังแย่งบัลลงดอร์กับเมสซี่ ไปไม่เป็นเลยทีเดียว

หลังจากแพ้มาถึง 0-3 น่าจะทำให้ เยอร์เก้น คล็อปป์ เครียดพอสมควรกับการจัดทีมในการเจอกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในคืนวันที่ 5 พฤษภาคม เพราะต้องชนะสถานเดียวเพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แถมยัง 2 วันก็ต้องเตะแชมเปี้ยนส์ลีก นัดสอง กับบาร์ซ่าอีก เรียกได้ว่าพลาดไม่ได้แม้แต่แมตช์เดียว

แฟนบอลหงส์แดงออกมาบ่นคล็อปป์ที่ไม่ส่ง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ตัวรุกคนสำคัญที่มีอาการกล้ามเนื้อฉีกลงเล่นตั้งแต่ช่วงต้นเกม แต่กลับใช้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ลงเล่นในแดนหน้าแทน ก่อนที่จะส่งฟีร์มิโน่ลงไปช่วงท้ายเกม ซึ่งก็ไม่ทันการแล้ว ถ้ามองในแง่ดี น่าจะเป็นการให้ฟีร์มิโน่ได้เรียกความฟิตก่อนจะส่งลงกับเกมนิวคาสเซิลแบบสมบูรณ์กว่าตอนนี้ เพราะเกมกับสาลิกาดงอาจจะต้องพักตัวหลักหลายคนที่กรำศึกหนักมาตลอด เพื่อรอต้อนรับบาร์เซโลน่าด้วย

ลิเวอร์พูลดูเหนือกว่านิวคาสเซิลแน่นอน ทั้งจากอันดับในลีก และตัวผู้เล่น แต่สถิติ 3 นัดหลังสุดที่ผ่านมา นิวคาสเซิลเก็บได้ 7 จาก 9 แต้ม ไม่แพ้ใคร และมีความมั่นใจสูง ส่วนลิเวอร์พูลที่ถึงแม้จะฮึกเหิม แต่การแพ้บาร์ซ่ามาห่างขนาดนั้น ยิ่งการบุกดีแต่ยิงไม่ได้อีก ความมั่นใจย่อมลดลงเป็นธรรมดา

ถึงแม้ลูกทีมของ ราฟา เบนิเตซ จะรอดตกชั้นแน่ๆ แล้ว แต่ความกระหายในชัยชนะและความลงตัวของนักเตะในทีมก็ยังคงอยู่ แถมไม่มีอะไรให้ต้องกังวล ไม่มีแมตช์กลางสัปดาห์รออยู่เหมือนลิเวอร์พูล ไร้ความกดดันใดๆ รวมทั้งเป็นการเล่นในบ้านนัดสุดท้ายของฤดูกาลนี้แล้ว ทำให้น่าจับตามองว่าเกมนี้จะเป็นการตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกเลยหรือไม่

แม็ตต์ ริตชี่ ปีกตัวเก่งของนิวคาสเซิลบอกว่า เกมในบ้านทุกคนจะเน้นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเจอกับทีมไหน กับลิเวอร์พูลเองก็เป็นแบบนั้น และทุกคนในทีมอยากสร้างความทรงจำที่ดีให้กับแฟนบอลก่อนปิดฤดูกาลด้วย
นิวคาสเซิลชนะเกมในบ้าน 6 จาก 7 นัดหลังสุด และยิงได้เฉลี่ย 2.5 ประตู ใน 7 นัดหลัง ขณะที่ลิเวอร์พูลเองชนะเกมลีกมาแล้ว 7 นัดรวด ไม่เสียประตูมาแล้ว 3 เกมลีก ถ้าจะบอกว่าทีมหงส์แดงมาเจอกับสาลิกาดงในวันที่ไม่ควรเจอก็ไม่ผิด เพราะถึงแม้ทีมจะแข็งแกร่ง แต่คู่แข่งก็อยู่ในช่วงเวลาที่ดีเช่นกัน

สำหรับแมนฯซิตี้จะได้เล่นในบ้านกับ เลสเตอร์ ซิตี้ แมตช์นี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คงเน้นเป็นพิเศษเหมือนเกมกับเบิร์นลีย์ ต้องบอกว่าโอกาสชนะของทีมเรือใบสีฟ้าเปิดกว้างมากๆ เพราะไม่ว่าจะเล่นนอกบ้านหรือในบ้าน ไม่ใช่ปัญหาของซิตี้เลยในฤดูกาลนี้ สำหรับเลสเตอร์ เกมนี้มีความหมายมากเช่นกัน เพราะกำลังคั่วอันดับ 7 กับ วูล์ฟส์ เนื่้องจากแมนฯซิตี้ชิงเอฟเอคัพกับวัตฟอร์ด ถ้าซิตี้คว้าแชมป์ได้ โควต้ายูโรป้าลีกจะตกเป็นของทีมอันดับ 7 ในพรีเมียร์ลีกทันที ซึ่งตอนนี้วูล์ฟส์อยู่ที่ 7 มีแต้มนำอันดับ 8 อย่างเลสเตอร์เพียง 3 แต้ม และเกมสุดท้ายวูล์ฟส์จะต้องเจอกับลิเวอร์พูลด้วย

เรียกว่างานของคล็อปป์หนักกว่าเป๊ปหลายเท่า เพราะไม่ใช่แค่ทำผลงานของตัวเองให้ดี ยังต้องพึ่งพาโชคและฝีเท้าของทีมอื่นด้วย และตอนนี้คล็อปป์คงไม่ได้มองว่าจะทิ้งรายการหนึ่งเพื่อไปลุ้นแชมป์อีกรายการอย่างเต็มที่แน่นอน เพราะกรุยทางมาถึงจุดนี้

โอกาสที่หงส์แดงจะพลาดทั้ง 2 แชมป์มีสูง แต่เมื่อฟุตบอลยังไม่จบ ก็ไม่ควรถอดใจ ลุ้นสนุกแบบนี้ถือเป็นกำไรของแฟนบอลจริงๆ

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้มาเลเซียปล่อยตัวหญิงเวียดนาม ผู้ต้องหาฆ่าพี่ชายผู้นำโสมแดงแล้ว
บทความถัดไปเร่ง 4 แผนพลังงานรับพีดีพีใหม่ สนพ.ชี้ต้องเร่งแผนก๊าซรับความต้องการในประเทศ