ใครกันนะ?! ‘เอเมรี่’ จวกสตาร์ดัง ‘อาร์เซน่อล’ ทัศนคติห่วย เรียกร้องเยอะเกินฝีเท้า

อูไน เอเมรี่ (REUTERS/Eddie Keogh)

อูไน เอเมรี่ อดีตกุนซืออาร์เซน่อล เปิดเผยว่า เขาเป็นคนหยุดยั้งความตกต่ำของสโมสร และกำลังช่วยสร้างทีมขึ้นมาใหม่อีกครั้ง แต่ทว่ากลับมีนักเตะปืนใหญ่บางรายทัศนคติห่วยแตก ทำให้การทำงานของเขาล้มเหลว จนกระทั่งยุติเส้นทางกับปืนใหญ่หลังจากร่วมกับทีมได้เพียง 18 เดือนเท่านั้น

ทั้งนี้ ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2019 อาร์เซน่อลควานหาชัยชนะไม่เจอเลยตลอดการแข่งขัน 7 นัดหลังสุดในทุกรายการ จนมีแต้มตามหลังกลุ่มท็อปโฟร์ห่างไกล ทำให้เอเมรี่ถูกสั่งปลดพ้นตำแหน่ง โดยเอเมรี่ อ้างว่าเขาถูกเด้งออก ทั้งที่กำลังสร้างจุดเปลี่ยนให้กับสโมสร

เอเมรี่ ระบุกับ “ฟร้องซ์ ฟุตบอล” ว่า อาร์เซน่อลกำลังอยู่ในช่วงขาลงอย่างช้าๆ จนกระทั่งตัวเองเข้ามาทำงานและสามารถหยุดยั้งความตกต่ำนั้นได้ และกำลังพยายามสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เห็นได้จากซีซั่นที่แล้ว ที่เข้ารอบชิงชนะเลิศยูโรป้าลีก และการจบอันดับ 5 ของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยมีคะแนนน้อยกว่าสเปอร์ส ทีมอันดับ 4 เพียงแค่ 1 แต้มเท่านั้น แม้ว่าในความเป็นจริงนั้นเราเก็บได้เพียง 1 คะแนนจาก 5 แมตช์สุดท้ายก็ตาม

“แต่ฤดูกาลใหม่ เราก็ชวดใช้งาน 4 กัปตันทีมอย่าง โลรองต์ กอสเซียลนี, ปีเตอร์ เช็ก, อารอน แรมซี่ย์ รวมถึงนาโช่ มอนเรอัล ซึ่งล้วนเป็นนักเตะที่มีบุคลิกตรงตามที่เราต้องการ และการขาดหายไปในซีซั่นใหม่ทำให้ทีมไม่ได้เดินในทางที่ถูกควรเท่าไหร่ นอกจากนี้ ยังมีนักเตะสตาร์ดังบางคนมีทัศนคติที่ไม่ดี และร้องขอจากสโมสรมากเกินกว่าสิ่งที่นักเตะได้ทำเพื่อทีม เมื่อพิจารณาจากสิ่งต่างๆ แล้ว พวกเราต้องการเวลาเพื่อการเปลี่ยนโฉมอาร์เซน่อล นั่นคือสิ่งที่ผมเคยต้องการ” เอเมรี่กล่าว

ทั้งนี้ สตาร์ดังที่เอเมรี่กล่าวถึงนั้นอาจเป็นเมซุต โอซิล มิดฟิลด์ชาวเยอรมัน และอเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ หัวหอกฝรั่งเศส ซึ่งทั้งสองคนเพิ่งออกมากล่าวชื่นชมว่า มิเกล อาร์เตต้า กุนซือใหม่คือคนที่ทำให้ทีมรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันได้อีกครั้ง ซึ่งโอซิลย้ำว่า ทุกคนในทีมมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม และมีใจที่จะทุ่มเทแบบสุดตัวตอบแทนความไว้ใจของสโมสร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล 17 ราย
บทความถัดไปโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจเป็นกรณีพิเศษ 499 ราย