พรีเมียร์ลีกเล็งเปลี่ยนกฎการเงิน เปิดช่องสโมสรลงทุนกับนักเตะมากขึ้น

3.10.25 | 13:27 น.
Reuters/John Sibley

พรีเมียร์ลีกเล็งเปลี่ยนกฎการเงิน เปิดช่องสโมสรลงทุนกับนักเตะมากขึ้น

ริชาร์ด มาสเตอร์ส ซีอีโอพรีเมียร์ลีก เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ว่า พรีเมียร์ลีกกำลังพิจารณายกเลิกใช้กฎผลกำไรและความยั่งยืน (PSR) และหันมาใช้ระบบใหม่ว่าด้วยสัดส่วนนักเตะกับค่าตัวแทน

สำหรับกฎผลกำไรและความยั่งยืนเริ่มใช้มาตั้งแต่ฤดูกาล 2015-16 มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมไม่ให้สโมสรต่างๆ ใช้เงินเกินตัว โดยมีข้อกำหนดหลักคือห้ามสโมสรในพรีเมียร์ลีกขาดทุนเกิน 105 ล้านปอนด์ (4,620 ล้านบาท) ในระยะเวลา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับรายรับและรายจ่ายในหมวดหมู่ต่างๆ

ปรากฏว่า หลังจากประกาศใช้กฎ PSR มา ก็มีหลายสโมสรที่โดนลงโทษจากการทำผิดกฎ บ้างรุนแรงถึงขั้นโดนตัดแต้ม อาทิ เอฟเวอร์ตัน และน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่ของลีก โดนตั้งข้อหาทำผิดกฎ PSR ถึง 115 ข้อ ระหว่างปี 2009-2023 ซึ่งการไต่สวนสิ้นสุดไปแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศบทลงโทษ ขณะที่หลายสโมสร ทั้งแมนซิตี้ นิวคาสเซิล แอสตัน วิลล่า ต่างก็วิจารณ์ว่ากฎนี้ทำให้สโมสรไม่สามารถใช้งบสร้างทีมได้อย่างเต็มที่นัก

ล่าสุด มาสเตอร์สเผยว่า พรีเมียร์ลีกจะนำกฎใหม่มาใช้เพื่อให้สอดคล้องกับกฎควบคุมการเงิน (FFP) ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) มากขึ้น โดยกฎควบคุมการเงินของยูฟ่าระบุว่า ทีมต่างๆ จะใช้เงินในส่วนของค่าเหนื่อยนักเตะ ค่าตัวนักเตะ และค่าธรรมเนียมเอเยนต์ รวมแล้วไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ของรายรับ อย่างไรก็ตาม กฎใหม่ของพรีเมียร์ลีกจะกำหนดเพดานการใช้เงินไว้ที่ 85 เปอร์เซ็นต์ เพราะอยากเปิดโอกาสให้สโมสรสามารถลงทุนได้มากขึ้น เพื่อสู้กับลีกอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

มาสเตอร์สกล่าวว่า ลีกได้หารือกับสโมสรต่างๆ เกี่ยวกับระบบใหม่ ไม่ใช่ว่ากฎ PSR ไม่เวิร์ก แต่เป็นการปรับกฎให้ใกล้เคียงกับยูฟ่าซึ่งยึดเรื่องสัดส่วนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับนักเตะเป็นหลัก ขณะที่กฎ PSR ซึ่งมองที่ผลกำไรก็มีจุดอ่อนและจุดแข็งของตัวเอง ไม่มีระบบไหนที่เพอร์เฟกต์ สิ่งสำคัญคือเราต้องหาจุดสมดุลและหารือกับสโมสรต่างๆ อย่างใกล้ชิด นี่เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญ จึงต้องใช้เวลาทบทวนอย่างถี่ถ้วน

ทั้งนี้ กฎใหม่ดังกล่าวเดิมตั้งใจจะเริ่มใช้ในฤดูกาลนี้ แต่ล่าสุดมีรายงานว่า พรีเมียร์ลีกจะนำเข้าที่ประชุม 20 สโมสรในเดือนหน้าเพื่อลงมติ