นโยบายรัดเข็มขัดได้ผล แมนยูทำกำไรไตรมาสแรกกว่า 550 ล้าน

12.12.25 | 02:22 น.
REUTERS/Scott Heppell

นโยบายรัดเข็มขัดได้ผล แมนยูทำกำไรไตรมาสแรกกว่า 550 ล้าน

โอมาร์ เบอร์ราด้า ประธานบริหารสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ว่า ทีมปีศาจแดงมีผลกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 13 ล้านปอนด์ (556.4 ล้านบาท) ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณล่าสุด ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เนื่องจากในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว สโมสรขาดทุน 7 ล้านปอนด์ (299.6 ล้านบาท)

เบอร์ราด้ากล่าวว่า ผลกำไรที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการตัดสินใจอันยากลำบากของเซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ หนึ่งในผู้ถือหุ้นหลักของทีมที่มีอำนาจบริหารด้านกิจการเกี่ยวกับฟุตบอล

ตั้งแต่แรทคลิฟฟ์เข้าไปถือหุ้นกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ของสโมสรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2024 เขาก็ดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดและลดค่าใช้จ่ายหลายอย่า งในจำนวนนั้นคือการปลดเจ้าหน้าที่ออกจากตำแหน่ง 450 ราย และคาดว่าจะปลดเพิ่มเรื่อยๆ จนถึง 800 ราย รวมทั้งตัดงบประมาณหลายส่วน ในจำนวนนั้นคือการยุติบทบาททูตสโมสรของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม รวมถึงยกเลิกอาหารกลางวันฟรีสำหรับเจ้าหน้าที่สโมสรด้วย

เบอร์ราด้ากล่าวว่า ผลลัพธ์ทางการเงินที่ออกมาสะท้อนภาพความยืดหยุ่นในการบริหารงานของแมนยูไนเต็ด ขณะที่เรากำลังเปลี่ยนโฉมของสโมสรไปในเชิงบวก การตัดสินใจที่ยากลำบากเหล่านี้จะช่วยให้ทีมก้าวไปข้างหน้าอย่างมีพัฒนาการทั้งด้านกีฬาและพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยให้ทีมสามารถลงทุนสร้างทีมทั้งทีมชายและทีมหญิงได้มากขึ้น โดยขณะนี้ทีมชายอยู่อันดับ 6 ของตาราง ส่วนทีมหญิงอยู่อันดับ 3

Advertisement

สำหรับรายได้ช่วงไตรมาสแรกของแมนยูอยู่ที่ 140.3 ล้านปอนด์ (6,004.84 ล้านบาท) ลดลงจากปีที่แล้ว 2.8 ล้านปอนด์ (119.84 ล้านบาท) ส่วนวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนของสโมสร เพิ่มขึ้น 35.7 ล้านปอนด์ (1,720.74 ล้านบาท) เป็น 268 ล้านปอนด์ (11,470.4 ล้านบาท) ขณะที่หนี้สินระยะยาวยังคงอยู่ที่ 650 ล้านปอนด์ (27,820 ล้านบาท)