ผลสำรวจแฟนบอลพรีเมียร์ลีก กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ไม่ชอบระบบ VAR
สื่ออังกฤษรายงานเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ว่า สมาคมแฟนฟุตบอลของอังกฤษได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของแฟนบอลกว่า 7,000 คน จาก 20 สโมสร ส่วนใหญ่เป็นแฟนบอลที่เข้าไปชมการแข่งขันในสนามอย่างน้อย 15 แมตช์ต่อฤดูกาล เกี่ยวกับการใช้ระบบวิดีโอช่วยตัดสิน (VAR) ในพรีเมียร์ลีก
ปรากฏว่า มีเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นว่า VAR ช่วยทำให้ดูฟุตบอลสนุกขึ้น ขณะที่ 3 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า VAR ทำให้ประสบการณ์ในการชมเกมในสนามดีขึ้น ส่วนอีก 91 เปอร์เซ็นต์เห็นต่าง ในจำนวนนี้ 81 เปอร์เซ็นต์ บอกว่า อยากจะดูบอลโดยไม่มี VAR มากกว่า
ทั้งนี้ พรีเมียร์ลีกได้นำระบบ VAR มาใช้นานกว่า 8 ปี ที่ผ่านมาเคยโดนทั้งแฟนบอล นักเตะ และสต๊าฟโค้ชวิพากษ์วิจารณ์ระบบมาหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นคำตัดสินที่ยังขาดความสม่ำเสมอ และไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ผลสำรวจบอกด้วยว่า แฟนบอล 72 เปอร์เซ็นต์ ไม่คิดว่า VAR ทำให้การตัดสินของกรรมการเที่ยงตรงขึ้น, 74 เปอร์เซ็นต์ คิดว่ากรรมการให้เหตุผลไม่ชัดเจนในการใช้ VAR แต่ละครั้ง, 86 เปอร์เซ็นต์ ห่วงเรื่องการขยายขอบเขตการใช้งาน VAR
นอกจากนี้ แฟนบอล 72 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับการใช้ VAR ในการพิจารณาว่ากรรมการควรเป่าให้ทีมได้ลูกเตะมุมหรือไม่ และ 52 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับการใช้ VAR เช็กว่าการให้ใบเหลืองที่ 2 ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นนี้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จะนำมาใช้ในการแข่งขัน “ฟุตบอลโลก 2026” ที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ บอร์ดบริหารสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอบี) ซึ่งเป็นองค์กรที่ออกกฎกติกาการแข่งขันฟุตบอลสมัยใหม่ในปัจจุบัน เตรียมทำการทบทวนการใช้งาน VAR โดยศึกษาข้อมูลตลอด 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้การใช้งาน VAR มีประสิทธิภาพมากที่สุด และไม่ทำให้เกมหยุดชะงักมากเกินไป
จากการสำรวจของแฟนบอลนั้น แฟนพรีเมียร์ลีกถึง 96 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับประโยคที่ว่า การตัดสินด้วย VAR ใช้เวลาพอเหมาะพอควรแล้ว และ 92 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยว่า VAR ทำให้ความสนุกและมีความสุขกับการฉลองประตูหายไป
อย่างไรก็ตาม 56 เปอร์เซ็นต์สนับสนุนการใช้ VAR ในการเช็กลูกล้ำหน้าในจังหวะที่นำไปสู่ประตู และ 60 เปอร์เซ็นต์ มองว่าควรใช้ VAR ในการเช็กจังหวะฟาวล์

