คาร์ริกลั่นพาแมนยูกลับมายิ่งใหญ่ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก-แชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้อีกครั้ง
ไมเคิล คาร์ริก ที่เพิ่งเซ็นสัญญา 2 ปี เป็นกุนซือถาวรของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจกับเวย์น รูนี่ย์ อดีตเพื่อนร่วมทีมปีศาจแดง ว่า เป้าหมายสำคัญในการมาทำงานตรงนี้ คือ การอยากพาทีมกลับไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้อีกครั้ง นี่คือสิ่งที่ทำให้ลุกจากเตียงขึ้นมาทุกวัน เพื่อทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นในซีซั่นหน้า ซึ่งทั้งตัวเองและรูนี่ย์ก็เคยผ่านจุดนั้นกันมาแล้ว และหวังว่าเขาจะสามารถสร้างประสบการณ์แบบนั้นให้กับลูกทีมได้บ้าง
คาร์ริกกล่าวอีกว่า เกมที่แมนยูเอาชนะฟอเรสต์ 3-2 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ต้องยอมรับเลยว่า รู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างแตกต่างออกไปเล็กน้อย มันไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่ทุกคนมีความเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง มีบรรยากาศแห่งความสุขอย่างชัดเจน การได้ยืนอยู่ตรงนั้น มันทรงพลังมากจริงๆ ที่ได้เห็นความรู้สึกแบบนั้นส่งต่อไปทั่วทั้งสนาม และแฟนบอลก็สัมผัสได้ถึงมัน คิดว่าเราอยากให้ทุกคนที่เข้ามาในสนาม ไม่ว่าจะมาจากที่ไหน ได้เข้ามาเชียร์แมนยู ด้วยความรู้สึกตั้งตารอสิ่งที่จะเกิดขึ้น รู้สึกตื่นเต้น และเดินออกไปพร้อมรอยยิ้ม แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่สโมสรแห่งนี้ควรจะเป็นมาตลอด และควรเป็นแบบนั้นต่อไปเสมอ และเราจะพยายามเดินหน้าต่อไปเพื่อนำความสำเร็จกลับมาที่นี่ให้ได้แน่นอน
แมนยูตั้งคาร์ริกเป็นผู้จัดการทีมถาวรคนใหม่ หลังจากทำผลงานได้ดี นับตั้งแต่เข้าไปรับงานคุมทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาล หลังจากรูเบน อโมริม โดนปลดจากตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม โดยพาทีมไต่จากอันดับ 7 ของตาราง ขึ้นไปจบอันดับ 3 ของตาราง คว้าโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังเว้นว่างไปนาน 2 ปี อีกทั้งยังทำผลงานยอดเยี่ยม พาทีมชนะทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และเชลซี โดยคุมทีมในเกมลีก 16 นัด ชนะ 11 เสมอ 3 แพ้เพียง 2 นัด
นอกจากนั้นยังช่วยรีดฟอร์มเก่งของนักเตะหลายคนในทีมกลับมา ทั้งบรูโน่ แฟร์นานเดส กองกลางกัปตันทีมที่ทำแอสซิสต์ 20 ประตูในพรีเใยร์ลีก มากที่สุดเท่ากับที่เธียร์รี่ อองรี เคยทำกับอาร์เซน่อล และเควิน เดอ บรอยน์ เคยทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รวมทั้งค็อบบี้ เมนู กองกลางที่ตกเป็นตัวสำรองในยุคอโมริม แต่ได้รับโอกาสเป็นกำลังหลักในยุคคาร์ริก จนมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ ลุยฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายด้วย

