กลาสเนอร์โวย VAR ริบประตูวิลเลียมส์ทั้งที่หลักฐานแฮนด์บอลไม่ชัดเจน
โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ กุนซือน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ออกอาการไม่พอใจหลังเกมที่ลูกทีมเสมอกับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 0-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 5 กันยายน เนื่องจากปีเตอร์ แบงเคส กรรมการห้อง VAR ยกเลิกประตูของเนโก้ วิลเลียมส์ ในช่วงครึ่งหลัง เพราะมองว่าแขนของวิลเลียมส์โดนบอลก่อนเข้าประตู ทั้งที่ตอนแรก เคร็ก พอว์สัน ผู้ตัดสินในสนามเป่าให้เป็นประตูแล้ว
กลาสเนอร์กล่าวว่า ได้ชมภาพช้าจังหวะดังกล่าวจาก 5-6 มุม โอเคที่มีอยู่มุมหนึ่งอาจจะพอเดาได้บอลบอลโดนมือเขาจริง แต่นั่นเป็นเพราะเสื้อมันขยับนิดนึง แต่ไม่ชัดเจนแต่อย่างใดว่าที่โดนนั้นเป็นลูกบอลหรือซานโดร โตนาลี่ แข้งสเปอร์สที่พยายามเคลียร์บอลจากเส้นประตูกันแน่
กลาสเนอร์กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่า VAR ไม่ควรเข้ามายุ่งเรื่องนี้ถ้ามันไม่เคลียร์หรือชัดเจนจริงๆ เพราะตอนก่อนเปิดฤดูกาลได้รับแจ้งถึงเกณฑ์การใช้งาน VAR ในปีนี้ว่าการที่ VAR จะเข้ามาพลิกคำตัดสินจริงๆ นั้นควรต้องมีหลักฐานที่ชัดแจ้งจริงๆ แล้วเท่านั้น จึงมองว่าจังหวะนี้ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่ VAR จะเข้ามาพลิกคำตัดสิน ถ้าไม่ชัวร์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องยึดคำตัดสินในสนาม ซึ่งนัดนี้การบังคับใช้กฎไม่เสถียรเลย ตนได้บอกเรื่องนี้กับผู้ตัดสินหลังเกมว่าลูกนั้นควรเป็นประตู
ต่อมา องค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพของพรีเมียร์ลีกได้โพสต์โซเชียลมีเดีย X อธิบายว่า เหตุผลที่ยกเลิกประตูของวิลเลียมส์ในนาที 67 ของเกมดังกล่าว เนื่องจากกรรมการห้อง VAR พิจารณาแล้วมองว่าวิลเลียมส์ทำแฮนด์บอลก่อนเป็นประตู จึงแนะนำว่าไม่ควรเป่าให้ลูกนี้เป็นประตู ซึ่งตามกฎนั้น หากบอลสัมผัสโดนแขนของผู้เล่นฝ่ายรุกทันทีก่อนทำประตู ต่อให้เป็นอุบัติเหตุก็ต้องถือเป็นแฮนด์บอล
ขณะที่วิลเลียมส์ ฟูลแบ๊กของฟอเรสต์ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าว ยืนยันว่า ลูกไม่ได้โดนแขนตัวเอง ยังไงเสียก็ต้องเป็นประตู การใช้ VAR ควรเกิดขึ้นเมื่อมีคำตัดสินที่ผิดพลาดชัดเจน แต่จังหวะนั้นมันไม่ได้ชัดเจนแต่อย่างใด ตนได้ดูภาพช้าทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวในหลายๆ จังหวะที่คิดว่าแขนอาจจะโดนบอลแล้ว แต่ไม่มีจังหวะไหนเลยที่คิดว่าตัวเองจะทำแฮนด์บอล เพราะโหม่งลูกระหว่างแขน รู้ตัวทันทีว่าโหม่งลูกระหว่างแขน แต่กลับไม่ได้ประตู มันน่าผิดหวังมากๆ

