แมนซิตี้ถูกตัดสินผิดคดีการเงิน ปั้นรายได้เกินจริงกว่า 40,000 ล้านบาท ลั่นอุทธรณ์สู้คดีแน่
คณะกรรมการอิสระที่ทำหน้าที่สอบสวนข้อกล่าวหาด้านการเงินของพรีเมียร์ลีก มีคำตัดสินให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีความผิดเกือบทั้งหมดจากข้อหามากกว่า 100 กระทง โดยพบว่ามีการใช้ การจ่ายเงินอำพราง และปรับแต่งตัวเลขทางการเงินเพื่อเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายรวม 921.4 ล้านปอนด์(40,897 ล้านบาท)
พรีเมียร์ลีกยืนยันคำตัดสินดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 กันยายน หลังมีการเปิดเผยผลการพิจารณาก่อนหน้านี้ว่า แมนซิตี้มีความผิดเกือบทุกข้อกล่าวหา รวมถึงข้อหาที่ถือว่าร้ายแรงที่สุดเกี่ยวกับการละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก ในช่วงปี 2009-2018
คณะกรรมการอิสระระบุว่า แมนซิตี้มีการแสดงรายได้สูงกว่าความเป็นจริง 855.2 ล้านปอนด์(37,958 ล้านบาท) และแสดงค่าใช้จ่ายต่ำกว่าความเป็นจริงอีก 66.2 ล้านปอนด์(2,938 ล้านบาท) รวมแล้วตัวเลขทางการเงินที่ถูกระบุว่าผิดพลาดตลอดช่วง 9 ฤดูกาลมีมูลค่าสูงถึง 921.4 ล้านปอนด์
นอกจากนี้ ทีมเรือใบสีฟ้ายังถูกตัดสินว่าละเมิดหน้าที่ให้ความร่วมมือและปฏิบัติด้วยความสุจริตสูงสุดหลายครั้ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญในคดีนี้
ขณะที่แมนซิตี้ยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์ โดยสโมสรระบุว่าไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน และเชื่อว่าความเห็นของคณะกรรมการมีข้อผิดพลาดทั้งในด้านกฎหมาย หลักการ และข้อเท็จจริง สโมสรมีหลักฐานจำนวนมากที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง และพร้อมต่อสู้ในกระบวนการทางกฎหมายและกระบวนการกำกับดูแลทุกช่องทางที่เหมาะสม
แมนซิตี้มีเวลาถึงวันที่ 2 ตุลาคม ในการยื่นอุทธรณ์ และหากมีการอุทธรณ์ คดีจะถูกส่งให้คณะกรรมการชุดใหม่จำนวน 3 คนพิจารณา โดยเป็นการทบทวนคำตัดสินเดิม ไม่ใช่การไต่สวนคดีใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ การพิจารณาอุทธรณ์จะต้องเสร็จสิ้นภายใน 12 สัปดาห์นับจากวันที่ยื่นอุทธรณ์ และต้องมีคำตัดสินภายใน 30 วันหลังการไต่สวนเสร็จสิ้น
ริชาร์ด มาสเตอร์ส ประธานบริหารพรีเมียร์ลีก เปิดเผยว่า คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นการยืนยันถึงความจำเป็นที่พรีเมียร์ลีกต้องดำเนินคดีกับแมนซิตี้ จากความผิดปกติทางการเงินที่ถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรกในปี 2018 คดีที่มีความสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก แม้จะยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องตัดสินต่อไป โดยเฉพาะบทลงโทษที่แมนซิตี้จะได้รับจากความผิดดังกล่าว
สำหรับบทลงโทษยังไม่ได้ถูกกำหนดในเวลานี้ และจะต้องมีการพิจารณาเพิ่มเติมโดยคณะกรรมการ อย่างไรก็ตาม จากความร้ายแรงของข้อกล่าวหา ทำให้มีการจับตาว่า แมนซิตี้อาจเผชิญบทลงโทษหนัก ตั้งแต่การตัดแต้ม ไปจนถึงมาตรการรุนแรงอย่างการถูกขับออกจากพรีเมียร์ลีก
ประเด็นสำคัญของคำตัดสินอยู่ที่รายได้จากสปอนเซอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับอาบูดาบี ตลอดช่วงปี 2009-10 ถึง 2017-18 แมนซิตี้มีรายได้เชิงพาณิชย์รวม 1,335 ล้านปอนด์(59,255 ล้านบาท) โดยคณะกรรมการระบุว่า 949.9 ล้านปอนด์(42,162 ล้านบาท) หรือประมาณ 71 เปอร์เซ็นต์มาจากสปอนเซอร์ในอาบูดาบี
อย่างไรก็ตาม จากเงินจำนวนดังกล่าว มีเพียง 119.3 ล้านปอนด์(5,295.22 ล้านบาท) ที่จ่ายโดยสปอนเซอร์ ขณะที่อีก 830.7 ล้านปอนด์(36,871 ล้านบาท) ถูกระบุว่ามาจากบริษัท ADUG ซึ่งเป็นเจ้าของสโมสร
คณะกรรมการจึงตัดสินว่า แมนซิตี้แสดงรายได้เกินจริง 855.2 ล้านปอนด์ โดยแบ่งเป็นเงินค่าสปอนเซอร์ที่ถูกอำพรางจาก ADUG จำนวน 830.7 ล้านปอนด์ และอีก 24.5 ล้านปอนด์(1,087 ล้านบาท) จากบริษัท ฟอร์ดแฮม ซึ่งคณะกรรมการระบุว่าเป็นเพียงบริษัทบังหน้าของ ADUG
เมื่อรวมตัวเลขรายได้ที่แสดงเกินจริงกับค่าใช้จ่ายที่ถูกแสดงต่ำกว่าความเป็นจริง แมนซิตี้ถูกระบุว่ามีการบิดเบือนตัวเลขทางการเงินรวม 921.4 ล้านปอนด์ตลอด 9 ฤดูกาล
นอกจากนี้ รายงานระบุว่า แมนฯ ซิตี้ได้รับเงินทุนจาก ADUG รวม 2,209 ล้านปอนด์(98,048 ล้านบาท) ในช่วง 10 ปีแรกหลังการเข้ามาเป็นเจ้าของสโมสรของกลุ่มทุนจากอาบูดาบี



