‘เลิฟ’ ตื่นเต้น ผลแบ่งกลุ่มศึกยูโร 2020 ‘เยอรมนี’ ร่วมกลุ่ม ‘ฝรั่งเศส-โปรตุเกส’

Photo : REUTERS

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020” ได้มีการจับสลากแบ่งสายรอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ก่อนมีการตะบันแข้งกันกลางปีหน้า ซึ่งปรากฏว่า กลุ่มที่น่าจับตามองที่สุดคือกลุ่มที่มีฝรั่งเศส (แชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018), เยอรมนี (แชมป์ฟุตบอลโลก 2016) และโปรตุเกส (แชมป์ยูโร 2016) ถูกจับมาร่วมกลุ่มเดียวกัน ก่อนรออีก 1 ทีมจากรอบเพลย์ออฟสายเอ

“ผมรู้สึกสนุกกับผลแบ่งกลุ่มนั เพราะมีเกมที่น่าสนใจอย่างแมตช์กับฝรั่งเศส และโปรตุเกสรออยู่ นี่คือการเจอกับทีมดีกรีแชมป์โลกและแชมป์ยุโรป และเชื่อว่าบรรดานักเตะอินทรีเหล็กต่างเฝ้ารอคอยลงเล่นในบิ๊กแมตช์เหล่านั้นแน่ แน่นอนว่ากลุ่มเอฟนี้เรียกว่าเป็นกรุ๊ปออฟเดธก็ว่าได้ ถ้าใครอยากเป็นจ่าฝูงก็ต้องดึงความสามารถออกมาให้ถึงขีดสุด” โยอา คิมเลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี กล่าว

ด้าน ดิดิเย่ร์ เดชองส์ ผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสกล่าวว่า กลุ่มเอฟถือเป็นกลุ่มที่ยากที่สุด โดยฝรั่งเศสจะต้องเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด เนื่องจากเกมแรกของรอบแบ่งกลุ่มคือการฟาดแข้งกับเยอรมนีที่เมืองมิวนิก วันที่ 16 มิถุนายนนี้

ขณะที่ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ อยู่ในกลุ่มดี ร่วมกับโครเอเชีย ทีมที่เคยเขี่ยแข้งผู้ดีตกรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกหนล่าสุด และสาธารณรัฐเช็กร่วมโม่แข้ง ก่อนรออีก 1 ทีมมาสมทบจากรอบเพลย์ออฟสายซี อย่างไรก็ตามอังกฤษอาจต้องเจองานสุดหินในรอบน็อกเอาต์ เนื่องจากแชมป์กลุ่มดีต้องไขว้ไปเจอกับรองแชมป์กลุ่มเอฟในรอบต่อไป

ผลจับแบ่งสายกลุ่มอื่นๆ
กลุ่มเอ – ตุรกี, อิตาลี, เวลส์, สวิตเซอร์แลนด์
กลุ่มบี – เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, เบลเยียม, รัสเซีย
กลุ่มซี – เนเธอร์แลนด์, ยูเครน, ออสเตรีย, ทีมเพลย์ออฟสายดี
กลุ่มอี – สเปน, สวีเดน, โปแลนด์, ทีมเพลย์ออฟสายบี

โดยทีมจากรอบเพลย์ออฟอีก 4 ทีม (สายเอ-ดี) จะมาจากการตะบันแข้งในช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า ก่อนที่การดวลแข้งรอบสุดท้ายอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 12 มิถุนายน ซึ่งรอบแบ่งกลุ่มนี้จะเอาอันดับ 1-2 ของแต่ละกลุ่ม และทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดจำนวน 4 ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป โดยรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นวันที่ 12 กรกฎาคม 2020 ที่สนามเวมบลีย์ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

Twitter : @EURO2020

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘พราวิเนีย อคาเดมี’ เตรียมยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ บิวตี้ เธอราปิส
บทความถัดไปปี’64 ตั้งเป้าขยาย “สตรีทฟู้ด” ทุกจังหวัดทั่วประเทศ