ลำดับเหตุการณ์ และฮีโร่ในสนามผู้ฟื้นชีวิต ‘อีริกเซ่น’

REUTERS/Friedemann Vogel

ลำดับเหตุการณ์ และฮีโร่ในสนามผู้ฟื้นชีวิต ‘อีริกเซ่น’

เดนมาร์ก ประเดิมสนามฟุตบอล ยูโร 2020 ด้วยการปราชัยให้ทีมน้องใหม่อย่าง ฟินแลนด์ 0-1 แต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเกมเมื่อค่ำคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา มีความสำคัญกับผู้เกี่ยวข้องในสนามวันนั้นยิ่งกว่าผลแข่งดังกล่าว
กับเหตุไม่คาดฝันเมื่อ คริสเตียน อีริกเซ่น กองกลางคนสำคัญของทีมชาติเดนมาร์ก วูบหมดสติช่วงปลายครึ่งแรก สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนในสนามและผู้ที่ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลก

การต่อสู้ยื้อชีวิตเป็นไปอย่างยาวนาน ก่อนลงเอยด้วยข่าวดีว่า อีริกเซ่นกลับมามีสติ และอาการทรงตัวแล้วเมื่อถึงมือหมอที่โรงพยาบาล

เป็นค่ำคืนที่สื่อเดนมาร์กฉบับหนึ่งพาดหัวว่า “เดนมาร์กแพ้ แต่ชนะในเรื่องชีวิตแล้ว”

ต่อไปนี้คือลำดับเหตุการณ์ และผู้มีบทบาทสำคัญต่อเหตุไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น จนช่วยกู้ชีวิตของอีริกเซ่นกลับคืนมา

REUTERS/Jonathan Nackstrand

ซีมอน แคร์ และแข้งเดนมาร์กกลุ่มแรกที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุ

อีริกเซ่นล้มลงขณะจะรับลูกทุ่ม ซีมอน แคร์ กัปตันทีมโคนมเป็นหนึ่งในคนที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้เร็วที่สุด เขารีบเข้าไปดูอาการ ล้วงมือเข้าไปในปากไม่ให้ลิ้นจุกคอจนปิดทางเดินหายใจ ขณะที่นักเตะทั้ง 2 ทีมต่างส่งสัญญาณให้ทีมแพทย์รีบเข้าไปในสนาม

หลังจากนั้น นักเตะเดนมาร์กต่างเกี่ยวแขนยืมล้อมกันเป็นวงกลม เพื่อป้องกันไม่ให้ภาพเหตุการณ์ขณะแพทย์ปฐมพยาบาลอีริกเซ่นปรากฏต่อสายตาของแฟนบอล 15,200 คนในสนามปาร์เกน สเตเดียม กรุงโคเปนเฮเกน สื่อมวลชน รวมทั้งผู้ที่ชมการถ่ายทอดสดหลายล้านคนทั่วโลก เพื่อความเป็นส่วนตัว ให้มีภาพกระจายออกไปน้อยที่สุด

นักเตะส่วนใหญ่ไม่สามารถมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงๆ ได้ บางคนมีอาการโศกเศร้า น้ำตาคลออย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับแฟนบอลรอบๆ สนาม ขณะที่แคร์และ แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารของทีม ปลีกตัวไปปลอบแฟนสาวของอีริกเซ่นซึ่งอยู่ในอาการหวาดหวั่นอย่างชัดเจนที่ข้างสนาม

REUTERS/Friedemann Vogel

ทีมแพทย์ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้

ศาสตราจารย์สรรค์ชัย ชาร์มา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจในวงการกีฬา ซึ่งทำหน้าที่คณะทำงานด้านโรคหัวใจให้กับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) เผยว่า สิ่งสำคัญที่ช่วยชีวิตอีกริกเซ่นเอาไว้ คือการให้การรักษาเบื้องต้นอย่างทันท่วงที

มาร์ติน โบเซ่น หัวหน้าทีมแพทย์ของเดนมาร์ก เผยภายหลังจบการแข่งขันว่า เมื่อทีมแพทย์ไปถึง อีริกเซ่นหมดสติ นอนตะแคง และยังหายใจ ตอนแรกยังจับชีพจรได้ แต่หลังจากนั้นอาการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนต้องรีบปั๊มหัวใจ ทีมแพทย์สนามทำงานอย่างรวดเร็วและประสานงานกันดี ทุกคนทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำอย่างเต็มที่จนช่วยให้อีริกเซ่นฟื้นคืนสติขึ้นมา สามารถพูดคุยกับตนได้ก่อนจะเดินทางไปโรงพยาบาล

ทีมงานผู้ตัดสินชาวอังกฤษตัดสินใจรวดเร็ว

แอนโธนี่ เทย์เลอร์ เชิ้ตดำในเกมนี้สั่งหยุดการแข่งขันทันทีที่เห็นเหตุการณ์ และเรียกทีมแพทย์เข้าไปในสนาม หลังจากดูเหตุการณ์อยู่ช่วงหนึ่งก็ตัดสินใจนำนักเตะกลับเข้าห้องแต่งตัวเพื่อหารือเกี่ยวกับเกมดังกล่าวว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

REUTERS/Wolfgang Rattay

นักเตะตัดสินใจแข่งต่อ

เจ้าหน้าที่ให้นักเตะเดนมาร์กตัดสินใจเลือกด้วยตัวเองว่าจะแข่งต่อคืนนั้น หรือไปแข่งต่อในช่วงเที่ยงของวันรุ่งขึ้นแทน หลังจากทราบข่าวว่า อีริกเซ่นอาการทรงตัวแล้ว ทีมโคนมจึงเลือกที่จะแข่งต่อทันที

เกมกลับมาเตะกันอีกครั้งหลังเกิดเหตุประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง แคสเปอร์ ยุลมันด์ กุนซือทีมชาติเดนมาร์ก เผยว่า นักเตะนึกภาพตัวเองกลับไปนอนคืนนี้แล้วมาเตะใหม่ในวันรุ่งขึ้นไม่ได้ การแข่งขันต่อไปทำใจได้ง่ายกว่า นับเป็นค่ำคืนที่ยากลำบาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็ช่วยเตืนอว่า อะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต การให้ความสำคัญกับคนใกล้ชิด เพื่อน และครอบครัว ตนภูมิใจในลูกทีมทุกคนที่ดูแลซึ่งกันและกัน ตอนกลับเข้าห้องแต่งตัว ไม่มีใครทำอะไรหรือตัดสินใจอะไรเกี่ยวกับเกมเลย จนกว่าจะยืนยันได้ว่าอีริกเซ่นโอเคแล้ว

ยุลมันด์เผยด้วยว่า นักเตะบางคนสภาพจิตใจย่ำแย่มาก บางคนไม่สามารถจะแข่งต่อได้ไหว ขณะที่บางคนอยากสู้ต่อ สิ่งที่ทำได้คือการลงสนามและทำให้ดีที่สุด แม้ว่าอาจจะไม่ใช่สถานการณ์ที่ปกติก็ตาม หลังจากนี้คงต้องพึ่งการบำบัดทางจิตวิทยาเข้าช่วย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบกระเทือนจิตใจหลายคนอย่างมาก

REUTERS/Jonathan Nackstrand

บทบาทของแฟนบอล

หลังเกิดเหตุการณ์ แฟนบอลไม่สำคัญว่าจะเป็นเดนมาร์ก ฟินแลนด์ หรือแฟนบอลชาติอื่นๆ ที่ซื้อตั๋วเข้าไปชม ต่างก็ปักหลักอยู่ในสนามเพื่อรอฟังข่าว และมีบางช่วงที่อัฒจันทร์ 2 ฝั่งแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เมื่อแฟนบอลฟินแลนด์ตะโกนว่า “คริสเตียน” แล้วแฟนบอลเดนมาร์กตะโกนตอบว่า “อีริกเซ่น”

นอกจากนี้ เมื่อนักเตะเดินออกจากสนามเพื่อกลับเข้าห้องแต่งตัว แฟนบอลทั่วสนามก็ยืนขึ้นปรบมือเพื่อเป็นกำลังใจ และทันทีที่โฆษกสนามแจ้งข่าวความคืบหน้าอาการของอีริกเซ่น อัฒจันทร์รอบสนามก็อื้ออึงด้วยเสียงเชียร์และโล่งใจ บางคนถึงกับร้องไห้ด้วยความยินดี

 

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กกท. มั่นใจทัพนักกีฬาไทยคว้าโควต้าไปโอลิมปิกตามเป้า – แย้ม ‘ทีสปอร์ต เลข 7’ ยิงสด
บทความถัดไปเจ้าหน้าที่อีเอ็มเอเตือนชาติที่ติดเชื้อลด ควรเลี่ยงฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ให้กับคนวัยเกิน 60 ปี