เผยแฟนบอลอิสราเอลก่อเรื่องก่อนโดนรุมทำร้าย นายกเล็กอัมสเตอร์ดัมชี้ไม่ใช่ข้ออ้าง
ภายหลังเกิดเหตุแฟนบอลอิสราเอลโดนทำร้ายที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังเดินทางไปเชียร์ทีมมัคคาบี เทล อาวีฟ ฟาดแข้งกับอาแจ็กซ์ ในศึกฟุตบอลยูโรป้าลีก เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน จนรัฐบาลอิสราเอลต้องส่งเครื่องบิน 2 ลำไปรับแฟนบอลกลับนั้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม แฟนบอลอิสราเอลโดนทำร้ายหลายจุดในอัมสเตอร์ดัม รบ.ส่งเครื่องบินรับกลับ
ล่าสุดมีรายงานว่า แฟนบอล 5 คนที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ขณะที่แฟนบอลอีก 20-30 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่ผู้ที่ถูกจับกุม 62 คนก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัว ยังถูกควบคุมตัวอยู่ราว 10 ราย
ขณะที่สำนักข่าว “บีบีซี” รายงานว่า มีคลิปวิดีโอระหว่างเกมการแข่งขันแชร์กันทางโซเชียลมีเดีย พบว่าแฟนบอลมัคคาบีกลุ่มหนึ่งร้องเพลงและตะโกนข้อความเชิงเหยียดชาวอาหรับและปาเลสไตน์ โดยมีแฟนบอลบางคนปีนตึกเพื่อฉีกธงชาติปาเลสไตน์
นอกจากนี้ ยังมีคลิปของแฟนบอลมัคคาบีบางส่วนที่ส่งเสียงก่อกวนและเป่าปากช่วงที่ทั้งสนามสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมในเมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
บีบีซีระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ แฟนบอลมัคคาบีบางส่วนได้แสดงท่าทีเหยียดเชื้อชาติและกดดันให้สโมสรขับไล่นักเตะของทีมที่มีเชื้อสายอาหรับและปาเลสไตน์ รวมถึงเคยทำร้ายคนที่ประท้วงต่อต้านนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูด้วย
ขณะที่ปีเตอร์ ฮอลลา ผู้บัญชาการตำรวจกรุงอัมสเตอร์ดัม แถลงต่อสื่อมวลชนว่า มีแฟนบอลมัคคาบีกลุ่มหนึ่งเข้าไปใช้ความรุนแรงกับแท็กซี่คันหนึ่ง รวมถึงจุดไฟเผาธงชาติปาเลสไตน์ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน หนึ่งวันก่อนเหตุการณ์ทำร้ายแฟนบอลอิสราเอลในหลายพื้นที่
ด้านเฟมเก้ ฮาลเซม่า นายกเทศมนตรีกรุงอัมสเตอร์ดัม กล่าวว่า ตอนนี้ได้ประกาศให้อัมสเตอร์ดัมเป็นพื้นที่เสี่ยง ไม่อนุญาตให้มีการประท้วงหรือใส่หน้ากากหรือทำการปกปิดใบหน้าในกรุงอัมสเตอร์ดัม ไม่ว่าต้นเหตุของการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นจะเป็นเพราะอะไร สิ่งที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นอาชญากรรมที่ไม่มีข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้น


