เดมเบเล่น้ำตาร่วงคว้ารางวัลบัลลงดอร์ ลือยามาลซิวถ้วยก่อนพิธีการ

23.09.25 | 05:39 น.
REUTERS/Benoit Tessier

เดมเบเล่น้ำตาร่วงคว้ารางวัลบัลลงดอร์ ลือยามาลซิวถ้วยก่อนพิธีการ

อุสมาน เดมเบเล่ แนวรุกชาวฝรั่งเศสของปารีส แซงต์แชร์แมง หลั่งน้ำตารับรางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปี “บัลลงดอร์” ซึ่งจัดโดยนิตยสาร “ฟร้องซ์ ฟุตบอล” ในพิธีมอบรางวัลที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 22 กันยายน

แข้งวัย 28 ปี โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ลงสนามทุกถ้วยรวม 53 นัด ทำไป 35 ประตู กับ 14 แอสซิสต์ ช่วยให้เปแอสเชคว้าเทรเบิลแชมป์ ทั้งลีกเอิง เฟร้นช์คัพ และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ไปครอง อีกทั้งยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดร่วมของลีกเอิงด้วยผลงาน 21 ประตู และได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมของลีกลูกหนังฝรั่งเศส และของรายการแชมเปี้ยนส์ลีกด้วย

นอกจากนี้ เขายังมีส่วนพาทีมเปแอสเชเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกรูปแบบใหม่ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งทีมปราชัยให้เชลซี

REUTERS/Benoit Tessier

เดมเบเล่กล่าวทั้งน้ำตาว่า ประสบการณ์ที่ได้รับในเวลานี้เป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างยิ่ง ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกออกมาอย่างไร โดยเฉพาะสิ่งที่เกิดกับเปแอสเช ยอมรับว่ารู้สึกเครียดนิดหน่อย เพราะการจะคว้ารางวัลนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อีกทั้งการได้รับจากมือของโรนัลดินโญ่ ตำนานของวงการลูกหนัง ยิ่งสุดยอดเข้าไปอีก

Advertisement

เดมเบเล่กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณเปแอสเชที่เลือกตนไปร่วมทีมเมื่อปี 2023 นี่เป็นครอบครัวที่สุดยอดมาก ประธานสโมสร นาสเซอร์ อัล เคไลฟี เปรียบได้กับพ่อคนหนึ่งของตน และขอบคุณสต๊าฟ โดยเฉพาะโค้ชซึ่งเป็นเหมือนพ่ออีกคนเช่นกัน รวมทั้งเพื่อนร่วมทีม เราต่างคว้าแชมป์ทุกอย่างด้วยกัน และทุกคนก็คอยสนับสนุนตนทั้งในช่วงเวลาที่ดีและร้าย เพราะฉะนั้นถ้วยรางวัลนี้จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนได้รับร่วมกัน

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้คะแนนโหวตเป็นอันดับสองของรางวัลบัลลงดอร์ปีนี้คือ ลามีน ยามาล แข้งวัย 18 ปี ของบาร์เซโลน่า ขณะที่นักเตะเปแอสเชถึง 5 คน ติดโผท็อป 10 คน โดยนอกจากเดมเบเล่แล้วยังมีวิตินญ่า (อันดับ 3), อัชราฟ ฮาคิมี (6), จานลุยจิ ดอนนารุมม่า (9) และนูโน่ เมนเดส

ส่วนอันดับอื่นๆ ในท็อป 10 ได้แก่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (อันดับ 4), ราฟินญ่า (5), คีเลียน เอ็มบัปเป้ (7) และโคล พาลเมอร์ (8)

ด้านหลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือเปแอสเช คว้ารางวัล “โค้ชยอดเยี่ยมแห่งปี” ขณะที่ดอนนารุมม่าซึ่งย้ายจากปารีสไปเฝ้าเสาให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา ได้รางวัล “ยาชิน โทรฟี่” สำหรับผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม และเปแอสเชคว้ารางวัลทีมฟุตบอลชายยอดเยี่ยม

ส่วนยามาลคว้ารางวัล “โคปา โทรฟี่” สำหรับนักเตะดาวรุ่ง (อายุไม่เกิน 21 ปี) ยอดเยี่ยมเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน โดยก่อนพิธีมอบรางวัลไม่กี่ชั่วโมง มีข่าวลือว่าเขาจะได้รางวัลใหญ่บัลลงดอร์ไปครอง จากการกระพือข่าวของสื่อใหญ่หลายสำนักว่ารางวัลปีนี้จะมีเซอร์ไพรส์

ขณะที่รางวัล “แกร์ด มุลเลอร์ โทรฟี่” สำหรับดาวซัลโวสโมสรและทีมชาติยุโรปประจำฤดูกาล 2024-25 เป็นของวิกตอร์ โยเคเรส แนวรุกอาร์เซน่อล ที่ทำไป 54 ประตู จากการลงสนาม 52 นัดให้สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงยิงอีก 6 ประตูให้สวีเดนในถ้วยเนชั่นส์ลีก

REUTERS/Benoit Tessier

สำหรับรางวัลบัลลงดอร์หญิงตกเป็นของไอตาน่า บอนมาติ กองกลางทีมชาติสเปนของสโมสรบาร์เซโลน่าหญิง ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์หญิงถึง 3 สมัย

บอนมาติวัย 27 ปี ซึ่งคว้ารางวัลนี้เมื่อปี 2023 และ 2024 ได้รับรางวัลนี้จากผลงานทั้งในและนอกสนาม เนื่องจากไม่กี่วันก่อนหน้าการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์ยุโรป “ยูโร 2025” เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เธอต้องเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากล้มป่วยด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส จนไม่แน่ใจว่าจะเข้าร่วมแข่งขันได้หรือไม่ แต่บอนมาติก็ฮึดกลับมาช่วยทีม และมีบทบาทสำคัญ ทำประตูชัยให้สเปนชนะเยอรมนีในรอบรองชนะเลิศ ก่อนไปพ่ายการดวลจุดโทษกับอังกฤษในรอบชิงชนะเลิศ

รางวัลอื่นๆ ของบัลลงดอร์ 2025 มีดังนี้
โคปา โทรฟี่ หญิง – วิคกี้ โลเปซ (สเปน/บาร์เซโลน่า)
ยาชิน โทรฟี่ หญิง – ฮันนาห์ แฮมป์ตัน (อังกฤษ/เชลซี)
แกร์ด มุลเลอร์ หญิง – เอวา ปายอร์ (โปแลนด์/บาร์เซโลน่า)
ทีมฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยม – อาร์เซน่อล
โค้ชฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยม – ซาริน่า วีกมาน
โซคราเตส อวอร์ด (รางวัลด้านมนุษยธรรม) – มูลนิธิ Fundacion Xana