ไดช์โอด 1 นาทีเปลี่ยนชีวิต ทำฟอเรสต์แพ้ทั้งที่อีกฝ่ายแทบทำอะไรไม่ได้
ชอน ไดช์ กุนซือน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ กล่าวภายหลังลูกทีมบุกพ่ายบราก้า 0-1 ในศึกยูโรป้าลีก รอบลีก เมื่อวันที่ 22 มกราคม ว่า นัดนี้ลูกทีมแสดงให้เห็นถึงความพยายาม แต่ปัญหาคือการจบสกอร์ที่ยังไม่เฉียบคมเท่าที่ควร ที่ต้องเปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงหลายคนเพราะต้องปกป้องนักเตะจากการลงสนามถี่เกินไป เราต้องการทำผลงานในถ้วยนี้ให้ดี ขณะเดียวกันก็ต้องให้โอกาสนักเตะแต่ละคนได้ปล่อยของด้วย ถือเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างซับซ้อน ทุกคนพยายามอย่างหนักในการซ้อม แต่ถึงเวลาจริงยังทำได้ไม่ดีเท่าไร
ไดช์กล่าวต่อว่า เกมลักษณะนี้ ทีมควรจะเอาตัวรอดด้วยผลเสมอ ไม่ใช่แพ้ แต่ 1 นาทีแห่งความบ้าคลั่งทำให้เราพลาดท่าปราชัย เพราะส่วนตัวมองว่าอีกฝ่ายแทบไม่มีโอกาสลุ้นประตูเลย แล้วจู่ๆ ก็ไปเกิดจังหวะชุลมุนหน้าปากประตู ถึงอย่างนั้น เราก็ไม่ควรปล่อยให้บอลเข้าประตูไปได้
สำหรับ 1 นาทีที่เปลี่ยนเกมซึ่งไดช์พูดถึง คือช่วงเวลา 55 วินาทีของครึ่งหลังที่มอร์แกน กิ๊บส์-ไวต์ ยิงลูกโทษไปติดเซฟ จากนั้นไรอัน เยตส์ พลาดทำลูกเข้าประตูตัวเองจนกลายเป็นประตูชัยให้บราก้าในที่สุด ส่งผลให้ฟอเรสต์อยู่อันดับ 16 ของตาราง ต้องไปเตะเพลย์ออฟเพื่อลุ้นเข้าไปเล่นรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ผลจากเกมนี้ทำให้ฟอเรสต์เป็นสโมสรอังกฤษทีมแรกในประวัติศาสตร์ยูโรป้าลีกที่ยิงลูกโทษไม่เข้าและเสียประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองในแมตช์เดียวกัน ขณะที่บราก้าเป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์การแข่งขัน ที่คว้าชัยในเกมยูโรป้าลีกทั้งที่ยิงไม่เข้ากรอบแม้แต่ครั้งเดียว ต่อจากลาซิโอในเกมชนะนีซเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2017
ทั้งนี้ ไดช์เปลี่ยนตัวผู้เล่นตัวจริงจากเกมยูโรป้าลีกนัดที่แล้วถึง 7 คน แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้วิจารณ์นักเตะที่ได้ลงสนามเหมือนตอนพ่ายเร็กซ์แฮมตกรอบเอฟเอคัพก่อนหน้านี้

