ร้าวลึก! เผยประธานยูฟ่าไม่ไปดูเกมนัดชิงบอลโลกเพื่อประท้วงฟีฟ่า
สื่อต่างประเทศรายงานว่า อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ไม่ได้ร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศระหว่างสเปนกับอาร์เจนตินา ที่สนามเมทไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม เพื่อเป็นการประท้วงสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า)
รายงานข่าวระบุว่า เซเฟริน ประธานยูฟ่าชาวสโลวีเนียไปชมการแข่งขันนัดเปิดสนามที่กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน แต่เขาปฏิเสธคำเชิญไปชมนัดชิงชนะเลิศ เนื่องจากไม่พอใจการตัดสินใจหลายๆ อย่างของฟีฟ่าตลอดการแข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่คณะกรรมการวินัยของฟีฟ่าระงับโทษแบนจากใบแดงของโฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐ เปลี่ยนเป็นการคาดโทษ 1 ปี เพื่อเปิดทางให้เขาลงสนามเกมเตะรอบ 16 ทีมสุดท้ายกับเบลเยียมได้ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นอิทธิพลจากการที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โทรศัพท์หาจานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ให้ทบทวนใบแดงของบาโลกัน แม้ว่าทั้ง 2 คนจะปฏิเสธหนักแน่นว่าทรัมป์ไม่มีอิทธิพลใดๆ ต่อการตัดสินของคณะกรรมการฝ่ายวินัยก็ตาม
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ยูฟ่าออกแถลงการณ์ตำหนิฟีฟ่าอย่างชัดเจนว่ากระทำการล้ำเส้น นอกจานี้ เซเฟรินยังไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของฟีฟ่าซึ่งอินฟานติโน่ผลักดันอีกหลายประเด็น เช่นการจัด “ฮาล์ฟไทม์โชว์” หรือโชว์ช่วงพักครึ่งในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นการเดินตามรอยของกีฬาอาชีพสหรัฐ โดยยูฟ่ายืนยันว่าจะไม่นำไอเดียนี้มาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลยูโรหรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างเด็ดขาด
อีกทั้งยูฟ่ายังคัดค้านแนวคิดเรื่องการเพิ่มทีมแข่งขันในฟุตบอลโลกเป็น 64 ทีม จากที่ฟุตบอลโลกหนล่าสุดก็เพิ่งเพิ่มจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม โดยอินฟานติโน่ยืนยันว่าการเพิ่มเป็น 48 ทีมเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องและประสบความสำเร็จ รวมถึงเปิดช่องว่าเวิลด์คัพหนถัดไปจะเพิ่มเป็น 64 ทีม
อีกประเด็นร้อนที่ยูฟ่าแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับฟีฟ่าคือตอนที่โอมาร์ อาร์ตัน ผู้ตัดสินชาวโซมาเลีย โดนปฏิเสธการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา โดยอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เชื่อว่าเกี่ยวพันกับกลุ่มก่อการร้าย ทางยูฟ่าก็รีบประกาศว่าจะให้อาร์ตันเป่าเกมยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ ระหว่างปารีส แซงต์แชร์แมง กับแอสตัน วิลล่า ในวันที่ 12 สิงหาคม ทันที
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆ กฎและการปฏิบัติที่ทางยูฟ่าไม่เห็นด้วยกับฟีฟ่า เช่นราคาตั๋วที่แพงกว่าครั้งก่อนๆ ตามนโยบายการปรับราคาตามตลาดและความต้องการ ไม่ได้กำหนดราคาตั๋วแบบตายตัว กฎแจกใบแดงให้นักกีฬาที่ปิดปากพูดกับฝ่ายตรงข้ามระหว่างเกม ข้อบังคับเรื่องการใช้วีเออาร์แบบใหม่ และอีกหลายๆ ประเด็น



