ทำไมไม่ยืมดีๆ ?! นักบอล ‘นีซ’ ถูกเขี่ยพ้นทีม หลังขโมยนาฬิกาเพื่อนในห้องแต่งตัว

ลามีน ดิยาบี้-ฟาดิก้า (ซ้าย) และ แคสเปอร์ โดลเบิร์ก / Images : OGC Nice

ลามีน ดิยาบี้-ฟาดิก้า กองหน้าชาวฝรั่งเศสวัย 19 ปี หมดอนาคตในการค้าแข้งด้วยน้ำมือของตัวเองเรียบร้อย หลังยอมรับว่า เป็นคนก่อเหตุขโมยนาฬิกามูลค่า 70,000 ยูโร (ประมาณ 2,350,000 บาท) ของแคสเปอร์ โดลเบิร์ก กองหน้าเพื่อนร่วมทีมที่เก็บไว้ในห้องแต่งตัว

“ลามีน ดิยาบี้-ฟาดิก้า ได้แยกทางกับสโมสรนีซของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากกรณีที่เขาก่อเหตุขโมยนาฬิกาของแคสเปอร์ โดลเบิร์ก ในห้องแต่งตัวของทีมชุดใหญ่ ก่อนที่เขาจะยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุในเวลาต่อมา สโมสรจึงตัดสินใจยกเลิกสัญญากับนักเตะวัย 18 ปีรายนี้โดยมีผลในทันที ” สโมสรนีซระบุในแถลงการณ์

โดลเบิร์ก เพิ่งย้ายจากอายแอ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังในเนเธอร์แลนด์ มาอยู่กับนีซ ในลีกเอิง ฝรั่งเศส เมื่อตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนถูกเพื่อนร่วมทีมอย่างดิยาบี้-ฟาดิก้า ก่อเรื่องสุดแสบด้วยการขโมยนาฬิกามูลค่าสูงไปจากห้องแต่งตัวนักเตะ ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าตัวได้ยอมรับว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุและกล่าวขอโทษโดลเบิร์กเรียบร้อย แต่นั่นก้ไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาอยู่ค้าแข้งกับทีมต่อไป เนื่องจากนีซมองว่านี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและไม่อาจยอมรับได้ เพราะการขโมยครั้งนี้ ส่งผลต่อความเชื่อใจจากทุกๆ ฝ่ายที่ทุกคนมีต่อตัวดิยาบี้-ฟาดิก้า

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน

โดยดิยาบี้-ฟาดิก้า เปิดใจว่า ในช่วงหลังนั้นตัวเองต้องเจอกับความยากลำบาก โดยเฉพาะอาการบาดเจ็บหลายครั้ง และการกลับมาลงสนามชุดใหญ่ก็ต้องเจอกับอุปสรรค ซึ่งตรงข้ามกับแคสเปอร์ โดลเบิร์กสิ้นเชิง ดังนั้นบางทีนี่อาจเป็นเรื่องของความอิจฉาก็ได้ที่ทำให้ตนก่อเหตุขโมยนาฬิกาลงไป แทนที่จะสู้และแย่งตำแหน่งกับเขาในสนามโดยตรง (เล่นตำแหน่งกองหน้าเหมือนกัน) และขอยืนยันว่าการกระทำครั้งนี้ไม่ได้มาจากการอยากได้นาฬิกานั้นโดยตรงแต่อย่างใด ซึ่งตนได้ขอโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องแบบตัวต่อตัวเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะกับโดลเบิร์ก ตนขอให้เขาประสบความสำเร็จกับเส้นทางของเขาต่อไป ส่วนตนนั้นต้องโบกมือลาสโมสรที่อยากประสบความสำเร็จด้วยมาตลอด ขอขอบคุณสำหรับความเชื่อมั่นที่ทุกคนได้มอบให้

สำหรับดิยาบี้-ฟาดิก้า เป็นนักเตะของนีซมาตั้งแต่ชุดเยาวชน ยู-19 ก่อนค่อยๆ ขยับขึ้นทีมชุดบี และติดทีมชุดใหญ่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเขาเพิ่งได้ลงเล่นกับนีซไปเพียงแค่ 7 นัด (ลีกเอิง 6 นัดและยูโรป้าลีก 1 นัด) และยังไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ได้แม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่โดลเบิร์กลงเล่นกับนีซไป 4 นัด ทำได้ 2 ประตูในลีกเอิง

บทความก่อนหน้านี้หายใจเต็มปอด ‘ฝุ่นจิ๋วพีเอ็ม 2.5’ ทั่วกรุง ลดลงทุกพื้นที่ หลังฝนช่วยชะล้าง
บทความถัดไปเข้มมาตรการ “จัดโปร จับโชว์” เอาผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551