สลด! แข้งวัย 15 ปีปารากวัยดับ หลังโดนทำร้ายในเหตุตะลุมบอนท้ายเกม
เกิดเรื่องเศร้าในวงการฟุตบอลปารากวัย เมื่ออิสมาเอล โดมินเกซ นักเตะเยาวชนวัย 15 ปี เสียชีวิตหลังเกิดเหตุตะลุมบอนระหว่างการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งจัดโดยสหพันธ์ฟุตบอลนักเรียนของปารากวัย
เหตุเกิดในการแข่งขันระหว่างทีมคลับ นาซิโอนาล ของโดมินเกซ กับทีมโบเกโรน เอฟบีซี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน โดยช่วงท้ายเกม นักเตะสองฝั่งเกิดการกระทบกระทั่งกันจนกลายเป็นการตะลุมบอนกลุ่มใหญ่
เลโอนาร์โด วิต โค้ชของทีมคลับ นาซิโอนาล เล่าว่า ตอนนั้นโดมินเกซอยู่กับตน จู่ๆ ก็มีนักเตะคู่แข่งกระโดดถีบเขาจากทางด้านหลังอย่างรุนแรง จนโดมินเกซล้มใส่ตน พอล้มไปที่พื้น โดมินเกซหมดสติ แต่ก็มีคนเข้ามาเตะซ้ำอีก 2-3 ครั้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายแพทย์ทั้ง 2 ทีมรีบเข้าไปดูอาการ แต่ตอนนั้นเขาไม่หายใจ จึงรีบน้ำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองอซุนซิโอน และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นายแพทย์กุสตาโว ซาราโช่ แพทย์นิติเวช เผยว่า ผลการชันสูตรพลิกศพพบว่า แรงปะทะทางด้านหลังคอทำให้เกิดอาการตกเลือดอย่างรุนแรงของอวัยวะภายใน เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต
ต่อมาสื่อปารากวัยนำเสนอคลิปการปะทะกันระหว่างนักเตะทั้ง 2 ทีม แต่วิตยืนยันว่าจังหวะที่โดมินเกซโดนทำร้ายไม่ได้ปรากฏในคลิป
“EL NIÑO CAYÓ EN MIS BRAZOS” | |💔🥺😭
🗣Leonardo Vip, DT del Club Nacional de San Bernardino, confirmó que el video difundido es de la gresca, pero subrayó que no hay imágenes del momento en que patean a Ismael Domínguez.#1000Noticias #1000am📻🎙 https://t.co/GShBd3Fbca pic.twitter.com/v6XzAsL1HS
— Radio 1000 AM (@1000_am) September 16, 2024
อิซิโดร โดมินเกซ พ่อของอิสมาเอล โดมินเกซ นักฟุตบอลผู้เคราะห์ร้าย กล่าวว่า ลูกชายของตนเป็นนักเรียนตัวอย่างซึ่งใฝ่ฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เล่นให้ทีมปารีส แซงต์แชร์แมง ในฝรั่งเศส เป็นเด็กดีและเป็นความหวังของครอบครัว แต่แล้วจู่ๆ ชีวิตของเขากลับมาสิ้นสุดลง
พิธีศพของโดมินเกซจัดขึ้นที่เมืองอัลทอส บ้านเกิดของเขา เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 17 กันยายน โดยมีเพื่อนนักเรียนจากโรงเรียนเดียวกันหลายร้อยคนพากันถือลูกโป่งขาวเพื่อไว้อาลัย ขณะที่โต๊ะเรียนของเขาก็มีเสื้อฟุตบอลและเทียนวางไว้เพื่อรำลึกถึง
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องสอบปากคำ ซึ่งรวมถึงเด็กชายวัย 14 ปีรายหนึ่ง อัยการรัฐที่ร่วมในการสอบสวน กล่าวว่า ตอนนี้มีคำบอกเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์แตกต่างกันไป และยังไม่สามารถระบุตัวคนที่ทำร้ายโดมินเกซได้ จึงยังไม่ได้ตั้งข้อหาใครในขณะนี้ โดยหนึ่งในคำให้การระบุว่า ผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีส่วนร่วมกับเกม แต่วิ่งเข้าไปในสนามหลังเหตุทะเลาะวิวาท แล้วทำร้ายเหยื่อ
ส่วนอาเรียล บริเตซ โค้ชของทีมโบเกรอน กล่าวว่า ต้นเหตุของการปะทะกันเนื่องจากกรรมการแจกใบแดงไล่นักเตะ 2 คนออกจากสนาม โดยเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นบริเวณม้านั่งสำรองของทีมเยือน ตนพยายามควบคุมลูกทีมของตัวเอง แต่พอหันไปอีกทางก็เกิดเหตุปะทะขึ้นเช่นกัน
สโมสรคลับ นาซิโอนาล ออกแถลงการณ์ว่า เราต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้ กับการเสียชีวิตของนักเตะที่มีพรสวรรค์รวมถึงบุคคลผู้เป็นที่รัก การเสียชีวิตของโดมินเกซเป็นผลจากการกระทำรุนแรงในสนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราขอประณามอย่างรุนแรง

