แมนซิตี้แถลงชนะคดีพรีเมียร์ลีกห้ามทำธุรกรรมกับสปอนเซอร์
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลชื่อดังออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ถึงการชนะคดีฟ้องร้องพรีเมียร์ลีก ในเรื่องการห้ามเซ็นสัญญากับสปอนเซอร์ 2 ราย คือ เอติฮัด แอร์เวย์ และธนาคาร เฟิร์สท์ อาบูดาบี ธนาคารจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยสปอนเซอร์ที่จะเซ็นสัญญากันนั้นมีความเกี่ยวพันกับเจ้าของสโมสร ทำให้พรีเมียร์ลีกห้ามที่จะให้เข้ามาสนับสนุนทีม ตามกฎ Associated Party Transactions หรือ “เอพีที” ซึ่งห้ามคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรสนับสนุนทีม ทำให้แมนซิตี้ได้ฟ้องร้องเรื่องนี้ไปยังศาลอนุญาโตตุลาการโลก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งศาลตัดสินว่าทีมเรือใบสีฟ้าเป็นผู้ชนะคดี เพราะกฎเอพีที ขัดต่อกฎหมายการแข่งขันของสหราชอาณาจักร
นอกจากนั้นแมนซิตี้ยังได้อ้างในการแถลงการณ์ด้วยว่า การทำธุรกรรมนี้เป็นการใช้เงินยืมจากผู้ถือหุ้น ซึ่งคณะกรรมการอิสระได้มีการพิจารณาแล้วว่าไม่ผิด มีบางสโมสรในพรีเมียร์ลีกที่ใช้เงินยืมจากในรูปแบบเดียวกันถึง 1.5 พันล้านปอนด์ (65,932 ล้านบาท) ทั้งอาร์เซน่อลและไบรท์ตัน ทำให้การขัดขวางไม่ให้แมนซิตี้เซ็นสัญญากับสปอนเซอร์จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
อย่างไรก็ตามการชนะคดีดังกล่าว ไม่ได้รวมไปถึงการตัดสินข้อกล่าวหาการทำผิดกฎการเงิน 115 ครั้งของทีมเรือใบสีฟ้าแต่อย่างใด
ขณะที่พรีเมียร์ลีกก็แถลงในทำนองว่าคำตัดสินเป็นคุณกับฝั่งตัวเองเช่นกัน โดยระบุว่า แมนซิตี้ไม่ประสบความสำเร็จในข้อเรียกร้องส่วนใหญ่ โดยศาลยังคงมองว่ากฎเอพีทีมีความจำเป็น และควรต้องมีเพื่อให้กฎผลกำไรและความยั่งยืน (พีเอสอาร์) สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งศาลยังปฏิเสธข้อโต้แย้งของทีมเรือใบสีฟ้าที่ว่ากฎเหล่านี้มีขึ้นเพื่อพุ่งเป้าไปยังสโมสรที่มีเจ้าของเป็นกลุ่มทุนจากตะวันออกกลาง
พรีเมียร์ลีกระบุด้วยว่า คำตัดสินของศาลนั้นเป็นคุณกับแมนซิตี้เพียง 2 ข้อเท่านั้น นั่นคือประเด็นที่ว่ากฎเอทีพีควรรวมธุรกรรมในส่วนการใช้เงินยืมจากผู้ถือหุ้น และข้อจำกัดบางประการของกฎเอพีทีที่ควรได้รับการแก้ไข

