อโมริมรับปฏิเสธแมนยูไม่ลง ชี้โอกาสแบบนี้มีครั้งเดียวในชีวิต

2.11.24 | 08:55 น.

อโมริมรับปฏิเสธแมนยูไม่ลง ชี้โอกาสแบบนี้มีครั้งเดียวในชีวิต

รูเบน อโมริม หัวหน้าโค้ชคนใหม่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงงานใหม่ของตัวเอง หลังจากมีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า ฤดูกาลนี้สปอร์ติ้ง ลิสบอน เริ่มต้นได้ดีมากๆ แต่แมนยูได้ติดต่อมา พวกเขาพร้อมจ่ายเกินกว่าเงื่อนไขค่าชดเชยที่วางไว้ และประธานสโมสรก็ต้องการรักษาผลประโยชน์ของสโมสรเอาไว้ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้เจรจากับประธานสโมสรสปอร์ติ้ง ลิสบอน 3 วันที่ผ่านมาได้แจ้งไปแล้วว่าอยากอยู่กับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ไปจนจบฤดูกาล แต่สิ่งที่บอกไปก็ไม่เกิดขึ้น

อโมริมกล่าวอีกว่า ถ้าไม่เลือกไปทำงานกับแมนยูในการติดต่อมาครั้งนี้ มันอาจจะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกก็ได้ และแมนยูก็ต้องไปหาทางเลือกอื่น ซึ่งตัวเองมีเวลา 3 วันในการตัดสินใจเรื่องนี้ การตัดสินใจแบบนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองไปมากจริงๆ ที่ผ่านมาก็มีทีมอื่นที่ติดต่อเข้ามา แต่ไม่ได้อยากไปทำงานกับทีมนั้น หลังจากสปอร์ติ้งก็อยากจะไปทำงานกับแมนยู เพราะสโมสรอนุญาตให้ทำในสิ่งที่อยากทำ ในรูปแบบของตัวเอง นับเป็นการก้าวไปข้างหน้าในอาชีพโค้ชของตัวเอง มันอาจจะยากที่ต้องบอกลาแฟนบอลสปอร์ติ้งไป แต่จำเป็นต้องทำ

“ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของผม แฟนสปอร์ติ้งรู้ดี ผมเข้าในความผิดหวังของพวกเขา แต่วันนี้ยังไม่ใช่วันที่มาบอกลากัน เรายังมีอีก 2 เกมที่จะได้ไปด้วยกัน คือ เกมกับแมนซิตี้ ในแชมเปี้ยนส์ลีก และเกมลีกกับบราก้า” ว่าที่กุนซือปีศาจแดงกล่าว

อโมริมกล่าวอีกว่า จะดึงทีมสต๊าฟที่สปอร์ติ้งไปทำงานด้วยกันที่แมนยูด้วย ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขที่ต้องมีอยู่ตลอด เพราะพวกเราทำงานด้วยกันมาตั้งแต่คาซา เปีย แล้ว ส่วนการที่จะซื้อนักเตะสปอร์ติ้งไปเสริมทีมแมนยูนั้น ขอยืนยันว่าจะไม่ทำแบบนั้นในตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้อย่างแน่นอน ในรายของวิคตอร์ เกียวเคเรส กองหน้าตัวเก่ง ค่าตัวของเขาอยู่ที่ 100 ล้านยูโร (4,384 ล้านบาท) คงเป็นเรื่องยากที่จะซื้อไปอยู่กับแมนยูได้

Advertisement

ทั้งนี้ อโมริมจะเริ่มงานกับแมนยูในวันที่ 11 พฤศจิกายน โดยประเดิมคุมทีมแมตช์แรกในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในวันที่ 24 พฤศจิกายน เกมไปเยือนอิปสวิช ทาวน์ ส่วนก่อนหน้านั้น รุด ฟาน นิสเตลรอย จะทำหน้าที่รักษาการ 3 แมตช์ เจอกับเชลซี, พีเอโอเค, เลสเตอร์ ซิตี้

สำหรับตำแหน่งของอโมริมมีการยืนยันชัดเจนในการประกาศคว้าตัวว่าเป็น “หัวหน้าผู้ฝึกสอน” ไม่ใช่ “ผู้จัดการทีม” เหมือนที่ผ่านมา ทำให้เขาเป็นเฮดโค้ชคนแรกของแมนยู โดยมีหน้าที่ในการคุมทีมทำผลงานในสนามเป็นหลัก ไม่มีสิทธิในการโต้แย้งเรื่องการซื้อขายนักเตะ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการสโมสร