อีริกเซ่น เปิดใจเล่าย้อนช่วงชีวิตในวัยเด็ก เส้นทางลูกหนังกับทีมชาติ

25.09.25 | 23:30 น.
ภาพเอพี

อีริกเซ่น เปิดใจเล่าย้อนช่วงชีวิตในวัยเด็ก เส้นทางลูกหนังกับทีมชาติ

บุนเดสลีก้า เยอรมัน เปิดเผยบทสัมภาษณ์ Q&A ของ คริสเตียน อีริกเซ่น มิดฟิลด์ชาวเดนมาร์ก ที่จะมาเปิดใจถึงเหตุผลที่ตัดสินใจย้ายทีม ช่วงชีวิตในวัยเด็ก เส้นทางลูกหนังกับทีมชาติ และความประทับใจที่มีต่ออดีตเพื่อนร่วมทีม พร้อมตั้งเป้าหมายกับสโมสรใหม่อย่าง โวล์ฟสบวร์ก

Q: คุณประทับใจอะไรกับบุนเดสลีก้าและแฟนบอล โดยเฉพาะบรรยากาศงานฉลอง 80 ปีของ โวล์ฟสบวร์ก ในสนาม?
A: บรรยากาศมันยอดเยี่ยมจริงๆ ครับ ผมนั่งดูจากข้างสนามก็ยังรู้สึกได้เลยว่าแฟนบอลที่นี่มีพลังมากๆ ผมเคยดูฟุตบอลเยอรมันทางทีวี แล้วก็เคยมาแข่งในแชมเปี้ยนส์ลีก บรรยากาศในสนามเต็มไปด้วยแฟนบอล ป้ายเชียร์ ธงเต็มสนาม มันทำให้รู้สึกดีและตื่นเต้นมากเวลาลงสนาม

Q: จุดเริ่มต้นของการย้ายมาโวล์ฟสบวร์ก เป็นยังไง?
A: จริงๆ ก็เริ่มจากการคุยโทรศัพท์กันระหว่าง ปีเตอร์ คริสเตียนเซ่น กับเอเยนต์ของผม แล้วก็มีการพูดคุยกลับไปกลับมา หลังจากนั้นผมได้คุยกับ เซบาสเตียน ไชนด์ซีลอร์ซ แล้วก็ผู้จัดการทีม ว่าเขามองผมกับสโมสรยังไง ตอนนั้นมันรู้สึกว่าใช่ และผมก็อยากมาลองอะไรใหม่ๆ ที่นี่ มันเป็นโอกาสที่ดีและน่าลองจริงๆ

Q: เล่าเรื่องราวตอนเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กที่ มิดเดิลฟาร์ต ให้ฟังหน่อย?
A: ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่เด็กมากกับเพื่อนบ้านอายุมากกว่าผม 3 ปี ที่ยังเป็นเพื่อนสนิทจนถึงทุกวันนี้ ผมเริ่มไปเล่นที่สโมสรท้องถิ่นใน มิดเดิลฟาร์ต จนถึงอายุ 13 ก็ย้ายไปอยู่สโมสรที่ใหญ่ขึ้นที่ โอเดนเซ่ พออายุ 16 ก็ได้ไป อาแจ็กซ์ ผมโชคดีที่ได้ลองอะไรหลายอย่างตั้งแต่ยังเด็ก ที่สำคัญคือผมรักในเกมฟุตบอลและการได้เล่นกับเพื่อนๆ พ่อผมก็เป็นโค้ชด้วย เลยเล่นฟุตบอลได้ตลอด

Advertisement

Q: ตอนย้ายจาก มิดเดิลฟาร์ต ไปโอเดนเซ่ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญมั้ย?
A: ถือว่าสำคัญมากครับ ตอนนั้นรู้สึกว่าก้าวกระโดดไปอีกขั้น จากสโมสรเล็กไปอยู่โอเดนเซ่ ซึ่งเป็นสโมสรท็อปของเดนมาร์ก ตอนนั้นก็มีหลายสโมสรสนใจผม เคยไปทดสอบฝีเท้าที่เชลซีด้วย ตอนนั้นเองที่ผมเริ่มคิดว่าต้องเร่งพัฒนาและรักษามาตรฐานให้คงที่ ผมไป โอเดนเซ่ พร้อมกับ ราสมุส โพลค์ และอีกสองคนเพื่อทดสอบฝีเท้า โชคดีที่สุดท้ายพวกเราประสบความสำเร็จในการเล่นฟุตบอล

Q: การคว้าแชมป์กับอาแจ็กซ์ ให้ความรู้สึกยังไงบ้าง?
A: สำหรับผม มันพิเศษมาก ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ผมเล่นกับ โอเดนเซ่ ได้ไม่นานจากนั้นก็ไปลองเล่นที่เชลซี กับบาร์เซโลน่า สุดท้าย อาแจ็กซ์ ติดต่อมาและต้องการซื้อตัวผมทันที ผมเล่นกับทีม U17 หกเดือน จากนั้นก็เล่นกับทีม U19 อีกหกเดือน แล้วก็ไปทัวร์กับทีมชุดใหญ่ ภายในหนึ่งปีก่อนที่จะอายุครบ 18 ผมก็ได้อยู่กับทีมชุดใหญ่ และทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาด้วยการแข่งขันฟุตบอลโลกและยูโรป้าลีกกับอาแจ็กซ์ ผมยังได้ลงเล่นให้ทีมชาติด้วย เป็นช่วงเวลาที่บ้ามากจริงๆ

Q: มองย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รู้สึกยังไงบ้าง?
A: ส่วนตัวแล้วผมมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมกับยูไนเต็ด ตอนผมกลับมาเล่นกับเบรนท์ฟอร์ด แล้วได้เจอกับ ยูไนเต็ด ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก และผมคิดว่าผมพิสูจน์ตัวเองในฐานะนักฟุตบอลที่ยูไนเต็ด ผมและครอบครัวมีความสุขมากที่นั่น และยังมีเพื่อนดีๆ หลายคนจากช่วงเวลานั้น ผมสนุกกับช่วงเวลาที่สโมสร แม้มันจะเป็นช่วงเวลาที่แปลกเพราะมีหลายอย่างเกิดขึ้น บางครั้งการโฟกัสและมุมมองที่มีต่อสโมสรจากโลกภายนอกก็แตกต่างจากความเป็นจริงไปบ้าง มีคนน่ารักๆ หลายคนในสโมสรที่ทำงานหนักและพยายามอย่างเต็มที่ แต่มันไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการเสมอไป

Q: ตอนอยู่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ คุณเล่นร่วมกับ แฮร์รี่ เคน ด้วย อยากให้เล่าถึงเขาหน่อย?
A: แฮร์รี่ แจ้งเกิดกับ สเปอร์ส ตอนผมอยู่ที่นั่นพอดี เราซ้อมยิงประตูด้วยกันบ่อยๆ พอเขาได้โอกาสลงเล่น เขาช่วยเหลือทีมตลอด ผมยังคุยกับแฮร์รี่อยู่บ้าง และเขาก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดี แต่แน่นอนว่าเรามีเส้นทางอาชีพนักฟุตบอลเหมือนกัน ดังนั้นเราจึงไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก เห็นว่าเขายิงประตูได้หลายลูกตั้งแต่ย้ายมาเยอรมนี ซึ่งผมมีความสุขมากและผมก็ดีใจกับเขาด้วย

Q: โวล์ฟสบวร์ก พลาดโควต้ายุโรปเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้คุณคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ยังไง และเป้าหมายกับทีมคืออะไร?
A: อย่างแรกผมดีใจมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ ผมตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าผมจะช่วยทีมได้ตรงไหน และทีมจะไปได้ไกลแค่ไหน ฤดูกาลนี้เริ่มต้นได้ดีจากเกมที่เราเล่น หวังว่าเราจะก้าวไปอีกขั้นและได้ลุ้นพื้นที่หัวตาราง เรารู้ว่าต้องเจอกับความยากลำบากและงานหนักอีกมาก แต่มันเป็นการเริ่มต้นที่ดีในสโมสรใหม่ของผม

Q: คุณลงเล่นให้ทีมชาติเดนมาร์กไป 142 นัดแล้ว รู้สึกยังไงกับฟุตบอลโลก 2026?
A: มันจะต้องพิเศษมากแน่นอนครับ ก่อนอื่นเราต้องผ่านรอบคัดเลือกให้ได้ และผมต้องถูกเรียกติดทีมชาติด้วยเพราะครั้งที่แล้วผมไม่ได้ไป ผมตั้งตารอฟุตบอลโลกมากเพราะมันไม่ได้มีบ่อยและแต่ละครั้งก็พิเศษมากๆ เมื่อเราได้ไปเล่น เราอยากให้คนเห็น อยากทำให้ดีที่สุดและช่วยประเทศชาติให้มากที่สุด การเล่นฟุตบอลโลกในนามเดนมาร์กเป็นเรื่องพิเศษจริงๆ