กุนซือเซเนกัลขอโทษที่วอล์กเอาต์เกมรอบชิงศึกกาฬทวีป มาเน่ชี้ทำลายภาพลักษ์บอลแอฟริกา
ฟุตบอลแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ลงเอยด้วยเซเนกัล คว้าแชมป์สมัยที่ 2 หลังเอาชนะโมร็อกโก ทีมเจ้าภาพ 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศ ที่ปริ๊นซ์ มูเลย์ อับเดลลาห์ ประเทศโมร็อกโก เมื่อวันที่ 18 มกราคม
เกมรอบชิงชนะเลิศสู้กันอย่างสูสี ช่วงทดเจ็บครึ่งหลังเจ้าภาพมาได้จุดโทษ ก่อนที่นักเตะเซเนกัลจะวอล์กเอาต์ เพราะไม่พอใจคำตัดสิน ทำให้เกมต้องหยุดไป 16 นาที หลังจากนั้นจึงกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง แต่บราฮิม ดิอาซ แข้งโมร็อกโกยิงพลาดไปติดเซฟของเอดูอาร์ เมนดี้ นายทวารเซเนกัล หมดเวลา 90 นาที ไม่มีทีมไหนยิงได้ ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษ 30 นาที และเป็นเซเนกัลที่มาได้ประตูชัยจากการยิงของปาเป้ เกย์ ในนาทีที่ 94 เป็นประตูชัยให้เซเนกัลชนะไป 1-0
อย่างไรก็ตามจากการวอล์กเอาต์ในช่วงครึ่งหลังของนักเตะเซเนกัล ทำให้เกิดความไม่พอใจและเสียงวิจารณ์อย่างมาก
วาลิด เรกรากุย กุนซือทีมชาติโมร็อกโก กล่าวว่า สิ่งที่ทีมคู่แข่งทำ เป็นการไม่ให้เกียรติทวีปแอฟริกา เพราะเกมต้องหยุดไปมากกว่า 10 นาที ในขณะที่ทั้งโลกกำลังมองดูอยู่
ส่วนการที่ดิอาซพลาดจุดโทษที่น่าจะเป็นประตูชัยให้ทีมคว้าแชมป์นั้น เรกรากุยกล่าวว่า เขาต้องรอนานหลายนาทีกว่าจะได้ยิง เพราะการวอล์กเอาต์ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่กวนใจเขาเช่นกัน แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นได้แล้ว การยิงแบบปาเนนก้าเป็นสิ่งที่เขาเลือก ดังนั้นก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป หวังว่านกัเตะชุดนี้จะกลับมาอย่างแข็งแกร่งขึ้น
ด้านปาเป้ เตียว เฮดโค้ชเซเนกัล กล่าวว่า เราไม่ได้ตกลงกันว่าจะให้วอล์กเอาต์ ไม่อยากย้อนกลับไปพูดถึงเหตุการณ์ทั้งหมด ขอโทษสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น หลังจากไตร่ตรองแล้วได้ให้นักเตะกลับมาลงสนามอีกครั้ง เราขอยอมรับความผิดพลาดของผู้ตัดสิน และเราไม่ควรทำแบบนั้น แต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว และตอนนี้เราขอแสดงคำขอโทษต่อวงการฟุตบอล
ขณะที่ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าเซเนกัล กล่าวว่า เราควรสร้างภาพที่ดีให้กับฟุตบอล เพราะฟุตบอลเป็นสิ่งที่พิเศษ ผู้คนทั่วโลกจับตามองอยู่ การไม่เล่นต่อในแมตช์แบบนี้คงเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ เพียงเพราะผู้ตัดสินให้จุดโทษคู่แข่ง มันคงจะเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดของฟุตบอลแอฟริกาก็ว่าได้ และเลือกจะแพ้มากกว่าที่จะไม่แข่งขันให้จบ

