เม็กซิโกมีลุ้นคว้าชัย รับมือแอฟริกาใต้ตีนบอด นัดเปิดสนามบอลโลก 2026
ฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ ในคืนวันที่ 11 มิถุนายน โดยนัดเปิดสนาม เป็นการแข่งขันของกลุ่มเอ ระหว่าง “เจ้าภาพร่วม” เม็กซิโก พบกับแอฟริกาใต้ ที่สนามแอซเตก้า เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
เม็กซิโกจะใช้ราอูล รังเคล นายทวารวัย 26 ปี เฝ้าเสาเป็นมือหนึ่ง ถึงแม้ว่ากิเยร์โม่ โอชัว นายทวารวัย 40 ปี จะลุ้นทำสถิติเป็นนักฟุตบอลคนแรกที่ลงสนามในเวิลด์คัพ รอบสุดท้าย สมัยที่ 6 ติดต่อกันในประวัติศาสตร์ก็ตาม แผนงหลังจะมีอิสราเอล เรเยส, เซซาร์ มอนเตส, โฮอัน วาสเกซ และเฮซุส กายาร์โด้ ซึ่งเป็นการผสมผสานกับนักเตะลีกในประเทศ กับนักเตะประสบการณ์ในลีกยุโรป แดนกลางได้เอ็ดสัน อัลวาเรซ กองกลางเฟเนร์บาห์เช่ ประเดิมลงตัวจริงร่วมกับเอริก ลีร่า และบรีอัน กูเตียร์เรซ ขณะที่แนวรุกมีฮูเลียน กิโญเนส, โรเบร์โต้ อัลวาราโด้ และราอูล ฮิเมเนซ กองหน้าจากฟูแล่ม ลงล่าตาข่าย
ด้านแอฟริกาใต้ใช้นักเตะที่เล่นลีกในประเทศเป็นแกนหลัก รอนเวน วิลลียมส์ ผู้รักษาประตูกัปตันทีมเฝ้าเสา กองหลัง คูลิโซ มูดาอู, เอ็นโคซินาธี ซิบิซี, ออเบรย์ โมดิบา ที่เล่นในลีกแอฟริกาใต้ กับไอเม โอคอน ที่อยู่ดับฮันโนเวอร์ ในเยอรมนี กองกลาง เทโบโฮ โมโคเอน่า, สเฟเฟโล่ สิโทเล, เทมบ้า ซวานี่, ออสวิน อัปปอลลิส, เทมบ้า ซวานี่, เรเลโบฮิเล โมโฟเคนก์ โดยให้ไลล์ ฟอสเตอร์ ดาวยิงจากเบิร์นลีย์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเดียว
ผลงานการเจอกัน 4 ครั้ง เม็กซิโกชนะ 2 เสมอ 1 แอฟริกาใต้ชนะ 1 ส่วนการเจอกันในฟุตบอลโลก 2010 รอบสุดท้าย ลงเอยด้วยผลเสมอ 1-1
เม็กซิโกมีผลงานอุ่นเครื่องที่ยอดเยี่ยม ไม่แพ้ใครใน 8 เกมหลังสุด ยิงได้ 15 ประตู เสียเพียง 2 ประตู การได้เล่นในสนามแอซเตก้าจะสร้างความได้เปรียบให้เจ้าภาพอย่างมากส่วนแอฟริกาใต้อุ่นเครื่อง 4 เกม ชนะได้เพียงเกมเดียว ยิงได้ 3 ประตู ยิ่งการที่ฟอสเตอร์ กองหน้าตัวความหวังโชว์ฟอร์มไม่ดีกับต้นสังกัดอย่างเบิร์นลี่ย์ ยิงไป 10 ประตู จาก 97 นัด ทำให้เจ้าภาพมีโอกาสที่ดีที่จะประเดิมเก็บ 3 แต้มได้ก่อน

