นักวิจารณ์จวกมาร์ติเนซไม่กล้าเปลี่ยนโรนัลโด้ออก ทั้งที่ฟอร์มไม่ดีจนกระทบทีม
หลังจากโปรตุเกส หนึ่งในทีมเต็งท็อป 10 ของศึกฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากนัดแรกได้น่าผิดหวัง เสมอกับดีอาร์ คองโก 1-1 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน โดยนัดนี้ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ ส่งคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมคนดังลงเล่นเป็นตัวจริง ท่ามกลางการตั้งคำถามของนักวิจารณ์ สื่อ และแฟนบอลบางส่วน
หลังจบเกม สำนักข่าว “บีบีซี” ระบุว่า หนึ่งวันก่อนโปรตุเกสลงสนาม สตาร์ดัง 3 คน โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลก ทั้งคีเลียง เอ็มบัปเป้ ที่ทำ 2 ประตูให้ฝรั่งเศส ทั้งเออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ที่ประเดิมบอลโลกหนแรกในชีวิตด้วยการทำ 2 ประตูให้ทีมชาตินอร์เวย์ และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาที่ทำแฮตทริก และทาบสถิติยิงประตูในบอลโลกสูงที่สุดตลอดกาล 16 ประตู เรียกว่าสตอรี่ปูมาให้โรนัลโด้ได้มีซีนสวยๆ กับเขาบ้าง แต่ถึงเวลาจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น
ด้านคริส ซัตตัน อดีตกองหน้าพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นคอมเมนเตเตอร์ของสถานีวิทยุ บีบีซี เรดิโอ 5 ไลฟ์ กล่าวว่า ตอนที่มาร์ติเนซ เปลี่ยนกอนซาโล่ รามอส ลงไปแทนวิตินญ่าในนาที 83 โดยที่ยังเปิดโอกาสให้โรนัลโด้วัย 41 ปี เล่นต่อไปจนจบเกม บางทีแผนนี้อาจจะเวิร์กก็ได้ แต่ถ้าดูจากเกมนัดนี้แล้ว ต้องถามมาร์ติเนซว่า ได้ดูแมตช์เดียวกันมั้ย ที่ทำแบบนี้เป็นเรื่องน่าละอายมาก มาร์ติเนซดูกลัวที่จะเปลี่ยนโรนัลโด้ออกจากสนาม เขาไม่ใช่ผู้จัดการทีม บางทีโรนัลโด้อาจจะทำประตูชัยให้โปรตุเกสก็ได้ แต่สุดท้ายเกมนี้ก็ผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ขณะที่เวย์น รูนี่ย์ ตำนานกองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ อดีตเพื่อนร่วมทีมของโรนัลโด้สมัยค้าแข้งกับปีศาจแดง กล่าวติดตลกก่อนเกมว่า การได้เห็นสตาร์ดังๆ ทำผลงานได้ดีก่อนหน้าเขา น่าจะทำให้โรนัลโด้เดือดอยู่ข้างใน และอยากจะท้าทายตัวเองมากขึ้นไปอีก เหมือนอย่างตลอดเวลาที่ผ่านมาซึ่งโรนัลโด้และเมสซี่ต่างผลักดันซึ่งกันและกันจนมาถึงระดับนี้ เขาต้องการเป็นที่หนึ่ง อยากลงสนามและยิงได้ 2-3 ประตู เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขายังเล่นฟุตบอลระดับนี้ได้
ทั้งนี้ ในแง่สถิติ โรนัลโด้ทำประตูไม่ได้มา 10 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติแย่ที่สุดในหมู่ผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ของทีมชาติโปรตุเกสที่เล่นเต็มเวลาในนัดเปิดสนาม
รูนี่ย์กล่าวว่า สถิติของโรนัลโด้ไม่มีทางจะดีที่สุดอยู่แล้ว สิ่งที่เขาต้องการคือโอกาส ถ้าเขาได้โอกาสดีๆ ก็จะทำประตูได้
ทั้งรูนี่ย์, กาแอล คลิชี่ และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซึ่งทำหน้าที่วิจารณ์เกมนัดนี้ด้วยกัน ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า มีจังหวะที่ฟรานซิสโก้ คอนไซเซา ควรยิงประตูเอง แทนที่จะเปิดให้โรนัลโด้ ซึ่งคลิชี่เสริมว่า สถานะซุปเปอร์สตาร์ของโรนัลโด้ส่งผลกับการเล่นของเพื่อนร่วมทีมโดยไม่รู้ตัว เรามองว่าเขาจะช่วยนักเตะรุ่นน้องเรื่องความเก๋าและความเป็นผู้นำ แต่ขณะเดียวกัน รุ่นน้องก็อาจจะรู้สึกเกรงใจ ตนเองก็เคยสัมผัสความรู้สึกนั้นตอนค้าแข้งกับอาร์เซน่อลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้จะฟันธงว่าถูกหรือผิด แต่พอคุณเปลี่ยนตัวสตาร์คนนั้นออก จะเห็นทันทีว่าทีมเล่นกันอย่างรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองมากขึ้น
ส่วนเธียร์รี่ อองรี ตำนานดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส มองว่า มีจังหวะที่การวิ่งของโรนัลโด้ไปขวางจังหวะเปิดบอลให้บรูโน่ แฟร์นานเดส ชาร์จทำประตู ถ้าโรนัลโด้วิ่งดึงกองหลังไป จะเปิดโอกาสให้บรูโน่ได้ส่งบอลเข้าประตู แต่เป็นเพราะเขาอยากจะยิงเอง เลยวิ่งเข้าไปขวางทางผ่านบอลให้บรูโน่ ตนติดใจเรื่องนี้ เพราะสิ่งสำคัญคือทีมต้องทำประตูให้ได้ ไม่ใช่คุณต้องทำประตูให้ได้



