อินฟานติโน่ยันฟีฟ่าไม่มีรายได้เพิ่มจากการเบรกดื่มน้ำ ชี้ทำเพื่อให้ทุกนัดเท่าเทียมกัน
จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ยืนยันว่า การพักดื่มน้ำช่วงกลางครึ่งเวลาทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลังในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพร่วมในขณะนี้ หรือที่เรียกว่าช่วง “ไฮเดรชั่นเบรก” หรือ “คูลลิ่งเบรก” นั้น ไม่ได้ช่วยให้ฟีฟ่ามีรายได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
ฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ฟีฟ่านำกฎดังกล่าวมาใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อนักฟุตบอลที่ต้องเล่นภายใต้สภาพอากาศร้อนในหลายพื้นที่ของประเทศเจ้าภาพ โดยเฉพาะโซนอเมริกาตอนใต้และเม็กซิโก โดยแต่ละนัด ผู้ตัดสินจะเป่าหยุดเกมในนาทีที่ 22 และ 67 เพื่อให้นักเตะทั้ง 2 ฝ่ายดื่มน้ำและพักผ่อนร่างกายเป็นเวลา 3 นาที
อย่างไรก็ตาม กฎดังกล่าวได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากทั้งนักเตะ โค้ช แฟนบอล และสื่อ โดยมองว่าสภาพอากาศในเกมส่วนใหญ่ไม่ได้ร้อนเกินรับไหว การเบรกเกมทำให้โมเมนตัมสะดุด เกมฟุตบอลขาดความต่อเนื่อง บ้างก็ตั้งข้อสงสัยว่าฟีฟ่าต้องการหารายได้เพิ่มหรือไม่ เพราะเวลาที่เพิ่มขึ้นนัดละ 6 นาที หมายถึงการขายโฆษณาช่วงถ่ายทอดสดได้เพิ่มขึ้น ซึ่งสถานีโทรทัศน์เจ้าของลิขสิทธิ์หลายๆ ประเทศอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวตัดเข้าโฆษณา
สำนักข่าวบีบีซียกตัวอย่างช่อง “ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์” ของสหรัฐ มีอัตราค่าโฆษณาตก 200,000-300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (6.6-9.9 ล้านบาท) ต่อ 30 วินาที และหากเป็นโฆษณาระหว่างแมตช์ที่ทีมชาติสหรัฐลงสนาม หรือในรอบลึก ค่าซื้อเวลาจะอยู่ที่ 750,000 ดอลลาร์สหรัฐ (24.75 ล้านบาท) โดยคาดว่าเฉพาะในสหรัฐอเมริกาอย่างเดียว จะมีรายได้เพิ่มจากการขายโฆษณาช่วงเบรกดื่มน้ำถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (8,250 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม อินฟานติโน่กล่าวว่า เหตุผลหลักที่ฟีฟ่าให้ใช้กฎไฮเดรชั่นเบรกทุกนัด แม้ว่าสภาพอากาศจะแตกต่างกัน เพื่อสร้างเงื่อนไขที่เท่าเทียมสำหรับทุกชาติ และการทำเช่นนี้ฟีฟ่าไม่ได้มีรายได้เพิ่มแต่อย่างใด เพราะการเซ็นสัญญาทางการตลาดและสิทธิประโยชน์มีขึ้นล่วงหน้านานแล้ว การใช้กฎนี้ไม่ได้มีเหตุผลด้านการเงิน แต่เป็นเรื่องกีฬาล้วนๆ
อินฟานติโน่กล่าวต่อว่า เหตุผลหลักของการพักเบรกคือเรื่องอากาศร้อน เราต้องเข้าใจว่าฟุตบอลโลกแข่งขันกันในระยะเวลา 39 วัน บางทีมอาจต้องเล่นมากถึง 8 นัด ในเวลา 39 วัน การได้พักระหว่างเกมบ้างจึงสำคัญมากๆ สิ่งสำคัญสำหรับเราคือการให้แน่ใจว่าทุกทีม ทุกนัด เล่นภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน เป็นเรื่องยากมากที่จะยอมรับว่าในช่วงเบรกดังกล่าว โค้ชแต่ละทีมสามารถใช้โอกาสนี้ในการแก้เกม ถ้าเกิดให้หยุดเฉพาะในเกมที่อากาศร้อนจัดเท่านั้น ถ้าในสถานการณ์ที่อากาศไม่ได้ร้อน และไม่ได้เบรกเกม โค้ชคนเดิมก็อาจจะไม่มีโอกาสแก้เกมได้ เราจึงต้องการให้แน่ใจว่าทุกคนอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน และบังคับใช้กฎนี้ทุกนัด



