เบลเยียม ถล่มนิวซีแลนด์ 5-1 คว้าแชมป์กลุ่ม กอดคอ อียิปต์ ทะลุเข้ารอบน็อกเอาต์

27.06.26 | 12:03 น.
Reuters/Simon Fearn

เบลเยียม ถล่มนิวซีแลนด์ 5-1 คว้าแชมป์กลุ่ม กอดคอ อียิปต์ ทะลุเข้ารอบน็อกเอาต์

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มจี นัดสุดท้าย ลงสนามแข่งขันพร้อมกัน 2 คู่ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 มิถุนายน โดยสถานการณ์ในกลุ่มจีหลังผ่าน 2 นัดแรก อียิปต์ รั้งจ่าฝูงมีอยู่ 4 แต้ม ตามมาด้วยอันดับ 2 อิหร่าน 2 แต้ม, อันดับ 3 เบลเยียม 2 แต้ม และอันดับ 4 นิวซีแลนด์ มีเพียง 1 แต้ม

เริ่มที่คู่ระหว่าง “ออลไวท์ส” นิวซีแลนด์ ที่เสมอมา 1 นัด และแพ้ 1 นัด ลงสนามฟาดแข้งกับ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม ที่เสมอมา 2 นัด ที่สนามบีซี เพลซ เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา โดยทั้งสองทีมยังมีโอกาสลุ้นในการผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ 32 ทีมต่อไป

แมตช์นี้ นิวซีแลนด์ ภายใต้การคุมทัพของ ดาร์เรน เบซลีย์ กุนซือชาวอังกฤษ จัดตัวจริงโดยมี มาร์โก้ สตาเมนิช บัญชาเกมแดนกลาง และคริส วู้ด เป็นกองหน้าตัวความหวัง ขณะที่ เบลเยียม ของกุนซือ รูดี้ การ์เซีย ส่งชุดใหญ่นำโดย เควิน เดอ บรอยน์ และยูริ ตีเลอมันส์ กัปตันทีม โดยมี ชาร์ลส์ เดอ เคเตลาเอเร่ เป็นกองหน้า

เกมครึ่งแรกนาทีที่ 28 เบลเยียมพังประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะเตะมุมของ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดเข้าไปโดนผู้เล่นนิวซีแลนด์แล้วไปเข้าทาง เลอันโดร ทรอสซาร์ ล้มตัวยิงเข้าไปตุงตาข่าย จากนั้นนิวซีแลนด์พยายามพับสนามครองบอลบุก แต่เจาะไม่เข้า ทำให้หมดครึ่งแรก เบลเยียม ขึ้นนำ นิวซีแลนด์ 1-0

เข้าสู่ครึ่งหลังนาทีที่ 50 เบลเยียมขยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จากการเล่นด้วยระบบทีมเวิร์กอันยอดเยี่ยม เควิน เดอ บรอยน์ แทงบอลให้ เลอันโดร ทรอสซาร์ ลากตัดเข้าไปยิงจังหวะแรกติดบล็อกผู้เล่นนิวซีแลนด์ ก่อนตามซ้ำดาบสองเข้าไปเป็นประตูที่ 2 ของทรอสซาร์ในเกมนี้

Advertisement

นาทีที่ 67 เบลเยียม ทะลวงประตูที่ 3 ได้จาก เควิน เดอ บรอยน์ สับไกยิงด้วยเท้าซ้ายส่งบอลตุงตาข่ายเป็นประตูแรกของเดอ บรอยน์ ในทัวร์นาเมนต์นี้ และเป็นประตูที่ 38 ในนามทีมชาติ พร้อมฉลองวันเกิดล่วงหน้าที่เขากำลังจะครบรอบ 35 ปีในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ด้วย

แต่นาทีที่ 84 นิวซีแลนด์ เร่งเครื่องฮึดยิงตีไข่แตกไล่มา 1-3 ได้จาก เอไลจาห์ จัสต์ อย่างไรก็ตาม จากนั้นนาทีที่ 86 เบลเยียมซัดหนีห่างไปเป็น 4-1 จาก โรเมลู ลูกากู ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาได้ไม่ถึงนาที ได้ลอยตัวโหม่งบอลกดพื้นเข้าประตูไป และช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+4 เบลเยียม ยิงประตูที่ 5 ได้จากอเล็กซิส ซาเลอมาเกอร์ส

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เบลเยียม ถล่มชนะ นิวซีแลนด์ 5-1 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ทำให้เบลเยียม ลงเตะ 3 นัด มี 5 แต้ม  แซงขึ้นมาคว้าแชมป์กลุ่ม พร้อมทะยานผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้ายต่อไปได้สำเร็จ ส่วน นิวซีแลนด์ มีเพียงแต้มเดียว จบอันดับ 4 ตกรอบแรกไป

ขณะที่อีกคู่เป็นการเจอกันระหว่าง “มัมมี่” อียิปต์ จ่าฝูงของกลุ่มจีจากการชนะ 1 นัด เสมอ 1 นัด เปิดศึกอาหรับชี้ชะชาเข้ารอบน็อกเอาต์พบกับ “ราชสีห์เปอร์เซีย” อิหร่าน ที่เสมอมา 2 นัด ยังไร้พ่ายและมีลุ้นเข้ารอบ ที่สนามลูเมน ฟิลด์ เมืองซีแอตเทิล รัซวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา

แมตช์นี้ อียิปต์ ของกุนซือฮอสซัม ฮัสซัน ฮุสเซน จัดทัพตัวจริงนำโดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กัปตันทีม ร่วมด้วยแนวรุกอย่าง มาห์มูด เทรเซเก้ต์ และอิหม่าม อาชูร์ ขณะที่ อิหร่าน ของกุนซืออามีร์ กาเลนอย ส่งผู้เล่นตัวจริงนำโดย โชจา คาลิลซาเดห์ คุมแนวรับ, ซาอิด เอซาโตลาฮี แดนกลาง และเมห์ดี้ ตาเรมี่ เป็นกองหน้า

ผลการแข่งขันปรากฏว่า เกมครึ่งแรกอียิปต์ยิงนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 5 จาก มาห์มูด ซาเบอร์ แต่อิหร่าน ตีเสมอได้ในนาทีที่ 14 จาก รามิน เรซาเอียน และช่วงท้ายเกมมีดราม่าหลังจากที่อิหร่านยิงบอลเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินเช็ก VAR และตัดสินเป็นลูกล้ำหน้า จึงริบประตูคืน

จบเกมเสมอกัน 1-1 ทำให้แบ่งกันไปทีมละแต้ม ส่งผลให้ อียิปต์ มี 5 แต้ม ประตูได้เสีย +2 หล่นมาเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม และผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ ส่วน อิหร่าน มีอยู่ 3 แต้ม จบอันดับ 3 ของกลุ่ม และยังได้ลุ้นเป็นอันดับ 3 ดีที่สุด 8 จาก 12 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป