เมสซี่ ยิงอีก อาร์เจนตินา ทุบ จอร์แดน 3-1 คว้าแชมป์กลุ่ม กอดคอ ออสเตรีย – แอลจีเรีย ลิ่วรอบน็อกเอาต์

28.06.26 | 11:04 น.
REUTERS/Kai Pfaffenbach TPX IMAGES OF THE DAY

เมสซี่ ยิงอีก อาร์เจนตินา ทุบ จอร์แดน 3-1 คว้าแชมป์กลุ่ม กอดคอ ออสเตรีย – แอลจีเรีย ลิ่วรอบน็อกเอาต์

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเจ นัดสุดท้าย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 มิถุนายน มีลงสนามพร้อมกัน 2 คู่ ที่ดัลลัส อาร์ลิงตัน สเตเดียม รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา จอร์แดน ตัวแทนจากทวีปเอเชีย ที่ตกรอบไปแล้ว พบกับ “ฟ้าขาว” อาร์เจนตินา ที่เข้ารอบไปแล้ว ส่วนอีกคู่ ที่แคนซัสซิตี สเตเดียม รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา แอลจีเรีย พบ ออสเตรีย โดยผลงานรอบแบ่งกลุ่มของทั้งสองทีม ชนะ 1 นัด และแพ้ 1 นัดมาเท่ากัน ซึ่งเป็นเกมสำคัญของทั้ง2ทีม ในการเก็บ 3 แต้ม เพื่อลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์ต่อไป

คู่แรก จอร์แดน ของกุนซือ จามาล เซลลามี่ จัดทีมนำมาโดย แนวรุก อาลี โอลวาน, อาลี อาซาอีเซห์, โอเดห์ ฟาคูรี และใช้ ยาซีด อาบูไลลา เป็นนายทวาร

ขณะที่ อาร์เจนตินา ของกุนซือ ลิโอเนล สกาโลนี เกมนี้จัดผู้เล่นชุดเล็กลงมา โดยพัก ลิโอเนล เมสซี่ ให้นั่งสำรองเลือกใช้ แนวรุกอย่าง ฮูเลียน อัลวาเรซ, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ใช้ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เฝ้าเสาเหมือนเดิม

เริ่มเกมครึ่งแรก อาร์เจนตินา ครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจน จนกระทั่งนาทีที่ 17 ได้ประตูขึ้นนำจาก โจวานี่ โล เชลโซ่ ขึ้นนำ 1-0 จากนั้นสกอร์ไหลเป็น 2-0 นาทีที่ 31 จากการทำฟาวล์ของนักเตะ จอร์แดน ผู้ตัดสินเช็ค VAR ชี้ให้เป็นจุดโทษ และเป็น เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ซัดเข้าไปไม่เหลือ ฟ้าขาว นำ 2-0 เข้าสู่ครึ่งหลัง จอร์แดนมาได้ประตูตีไข่แตก จาก มูซา อัลตามารี นาทีที่ 55 ไล่ตามมาเป็น 1-2 หลังจากนั้นนาทีที่ 80 อาร์เจนตินา ได้ประตูจาก ลิโอเนล เมสซี่ ที่เปลี่ยนตัวลงมา ยิงสวยๆ เป็นประตูที่ 6 ในฟุตบอลโลกหนนี้ ขึ้นนำ 3-1

จบเกม อาร์เจนตินา ชนะ จอร์แดน 3-1 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม ทำให้ อาร์เจนตินา ลงเตะไป 3 นัด มี 9 คะแนน เข้ารอบ 32 ทีม ในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนจอร์แดน มีกี่แต้ม จบอันดับ 4 ตกรอบแรกไป

Advertisement

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของ อาร์เจนตินา จะพบกับ เคปเวิร์ด รอบ 32 ทีม ในวันที่ 4 กรกฎาคม เวลา 05.00 น. (คืนวันที่ 3 กรกฎาคม) ตามเวลาประเทศไทย

ส่วนอีกคู่ แอลจีเรีย ของกุนซือ วลาดิเมียร์ เพ็ตโควิช จัดทีมนำโดย แนวรุก อามีน กูอิรี่, ริยาด มาห์เรซ, อิบราฮิม มาซ่า, อุสเซม อาอัวร์ และใช้ อุสซามา เบนบ็อต เฝ้าเสา

ขณะที่ ออสเตรีย ของกุนซือ ราล์ฟ รังนิค จัดทัพนำโดย แผงหน้า มาร์โก้ อาร์เนาโตวิช, มาร์เซล ซาบิตเซอร์, โรมาโน่ ชมิด, คอนราด ไลเมอร์ ใช้ อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ เป็นนายทวาร

เริ่มเกมครึ่งแรกเป็นทาง ออสเตรียขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 28 จาก มาร์โก้ อาร์เนาโตวิช ยิงเข้าไป จากนั้นแอลจีเรียก็พยายามทำเกมบุกกลับได้ดีและก่อนจบครึ่งแรกนาทีที่ 45 มาได้ประตูจาก ราฟิก เบลกาลิ ไล่ตีเสมอมา 1-1 เข้าสู่ครึ่งหลัง ออสเตรียได้ประตูในนาทีที่ 55 จาก มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ยิงเข้าไปไม่เหลือ ขึ้นนำ 2-1 และหลังจากนั้นไม่รอช้า ริยาด มาห์เรซ มาทำประตูให้ แอลจีเรีย ไล่ตามตีเสมอ 2-2 หลังจากนั้นช่วงเวลาทดเจ็บ นาทีที่ 90+3 ริยาด มาห์เรซ ทำประตูขึ้นนำให้ แอลจีเรีย นำ 3-2 และ ออสเตรียมาได้ ประตูตีเสมอ 3-3 จาก ซาซ่า คาลายซิช นาทีที่ 96+6 เรียกได้ว่าเป็นนาทีบาป

จบเกม แอลจีเรีย เสมอ ออสเตรีย 3-3 ทำให้แข่งไป 3 นัด ทั้ง 2 ทีมมีคะแนนเท่ากัน 4 คะแนน ออสเตรียจบอันดับ 2 ของกลุ่ม จากลูกได้เสียที่ดีกว่า และแอลจีเรียจบอันดับ 3 ของกลุ่ม เข้ารอบน็อกเอาต์ทั้ง 2 ทีม ส่งผลให้อิหร่านตกรอบเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของ ออสเตรีย จะพบกับ สเปน ในรอบ 32 ทีม ในวันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 02.00 น. (คืนวันที่ 2 กรกฎาคม) ตามเวลาประเทศไทย ส่วน แอลจีเรีย จะพบกับ สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 3 กรกฎาคม เวลา 10.00 น.