นาทีบาป! มาร์ติเนลลี่ซุปเปอร์ซับ ซัดชัยพาบราซิลแซงชนะญี่ปุ่น 2-1
ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย คืนวันที่ 29 มิถุนายน บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย พบกับญี่ปุ่น ที่เอ็นอาร์จี สเตเดียม รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ปรากฏว่า บราซิลพลิกสถานการณ์จากที่โดนนำไปก่อน กลับมาชนะ 2-1
ในรอบแบ่งกลุ่ม บราซิลมีสถิติชนะ 2 เสมอ 1 มี 7 คะแนน เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มซี ส่วนญี่ปุ่นชนะ 1 เสมอ 2 มี 5 คะแนน เป็นรองแชมป์กลุ่มเอฟ คู่นี้เคยเจอกันมา 10 ครั้ง บราซิลชนะ 7 ญี่ปุ่นชนะ 1 และเสมอกัน 2 ครั้ง โดยทั้ง 2 ทีมเจอกันในฟุตบอลโลกมาหนเดียวเมื่อปี 2006 ซึ่งแซมบ้าถล่ม 4-1 อย่างไรก็ตาม การพบกันหนล่าสุด ในฟุตบอลอุ่นเครื่อง “คิริน ชาลเลนจ์ คัพ” เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายคว้าชัย 3-2
สำหรับผู้เล่น 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
บราซิล : อลิสซอน เบ๊คเกอร์, ดานิโล่, กาเบรียล มากัลเญส, มาร์กินญอส, ดักลาส ซานโต๊ส, คาเซมิโร่, บรูโน่ กิมาไรส์, ลูคัส ปาเกต้า, มาเตอุส คุนญ่า, รายาน, วินิซิอุส จูเนียร์
ญี่ปุ่น : ไซอน ซูซูกิ, ฮิโรกิ อิโตะ, โชโก ทานิกุจิ, ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ, ริตสึ โดอัน, ไดเซน มาเอดะ, เคโตะ นากามูระ, จุนยะ อิโตะ, ไดจิ คามาดะ, ไคชู ซาโนะ, อายาเสะ อุเอดะ
ครึ่งแรก บราซิลเป็นฝ่ายครองบอลบุกได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ญี่ปุ่นเน้นการตั้งรับอย่างมีวินัย รอจังหวะสวนกลับ แม้แซมบ้าจะมีโอกาสจบในจังหวะสุดท้ายบ้าง แต่แข้งซามูไรก็ยังไม่พลาด

บราซิลบุกอยู่ดีๆ กลายเป็นญี่ปุ่นที่ทำประตูขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จ หลังจากไคชู ซาโนะ กองกลางจากไมนซ์ ตัดบอลบริเวณกลางสนาม ก่อนลากขึ้นไปคนเดียว และซัดไกลจากนอกเขตโทษหนีมืออลิสซอนเข้าไปตุงตาข่ายในนาที 29
หลังจากเสียประตู ทีมแซมบ้ายิ่งโหมบุกหนัก แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของญี่ปุ่นเข้าไปได้ จบครึ่งแรก ญี่ปุ่นนำ 1-0
ครึ่งหลัง สถานการณ์ไม่ต่างจากครึ่งแรก บราซิลครองบอลบุกหนัก นาที 52 ดานิโล่เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ กิมาไรส์ขึ้นโขก แต่ซูซูกิปัดออกไปได้
แซมบ้าเน้นเกมบุกจากการโยนบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ นาที 54 บราซิลได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง แต่แนวรับญี่ปุ่นช่วยกันป้องกันจากบริเวณหน้าปากประตูได้หวุดหวิด

นาที 56 บราซิลตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ เมื่อคาเซมิโร่ กองกลางตัวเก๋า กระโดดโหม่งลูกเปิดของมากัลเญสเข้าไป
หลังจากนั้น บราซิลยิ่งได้ใจโหมบุกหนัก วินิซิอุสอาศัยความสามารถเฉพาะตัว แตะบอลพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนดีดด้วยเท้าขวา ซูซูกิปัดปลายมือ ลูกไปชนเสา รอดจากการเสียประตูหวุดหวิด
บราซิลมาได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+5 จากตัวสำรอง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ทำให้แซมบ้าคว้าชัย 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
ขณะที่ญี่ปุ่นยังไม่สามารถเก็บชัยชนะในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้

