ฝรั่งเศสดวลโมร็อกโกรอบ 8 ทีม รีแมตช์ตัดเชือกบอลโลกหนที่แล้ว
ศึกฟุตบอลโลก 2026 คืนวันที่ 9 กรกฎาคม เข้าสู่การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ คู่แรกเป็นการพบกันระหว่างฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 2 สมัย กับโมร็อกโก ตัวแทนจากทวีปแอฟริกา แข่งขันที่ยิลเล็ตต์ สเตเดียม นครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตต์ สหรัฐอเมริกา แข่งขันตรงกับเวลาไทย 03.00 น. เช้ามืดวันที่ 10 กรกฎาคม
ฝรั่งเศสโชว์ฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่รอบแรก มารอบน็อกเอาต์ เอาชนะสวีเดน 3-0 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ส่วนรอบ 16 ทีมสุดท้าย เฉือนชนะปารากวัยมา 1-0 จากลูกจุดโทษของคีเลียง เอ็มบัปเป้ ส่วนโมร็อกโกผ่านรอบแรกด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม โดยมีแต้มเท่าบราซิล ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ผ่านทีมใหญ่อย่างเนเธอร์แลนด์ด้วยการชนะดวลจุดโทษ 3-2 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 1-1 ส่วนรอบ 16 ทีมสุดท้าย ถล่มเจ้าภาพร่วม แคนาดา 3-0
คู่นี้เคยเจอกันมา 8 ครั้ง ฝรั่งเศสชนะ 5 โมร็อกโกชนะ 1 และเสมอกัน 2 นัด เคยเจอกันในฟุตบอลโลกหนเดียวเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งครั้งนั้นทีมตราไก่เอาชนะ 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ
ลูกทีมของดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ โชว์ฟอร์มสมราคาทีมเต็ง เก็บชัยชนะได้ 5 นัดรวดตั้งแต่เริ่มทัวร์นาเมนต์ โดยเอ็มบัปเป้ทำไปแล้ว 7 ประตู นำดาวซัลโวสูงสุดร่วมกับลิโอเนล เมสซี่ และเออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ อย่างไรก็ตาม เกมกับปารากวัยเริ่มเผยให้เห็นจุดอ่อน เมื่อเจอกับเกมรับที่ปิดพื้นที่เล่นของเอ็มบัปเป้กับไมเคิล โอลิเซ่ รวมถึงการเข้าปะทะแบบหนักๆ สำหรับเกมนี้ เดซิเร่ ดูเอ้ อาจจะได้รับโอกาสเป็นตัวจริงในนัดนี้ หลังจากโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจในการลงเล่นเป็นตัวสำรองนัดที่แล้ว เช่นเดียวกับโอเรเลียง ชูอาเมนี่
ฝั่งโมร็อกโกซึ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมจากทวีปแอฟริกาทีมแรกที่ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2 ครั้ง หลังจากหนที่แล้วทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ครั้งนี้ถือเป็นการรีแมตช์รอบรองชนะเลิศในบอลโลกหนที่แล้ว
โมร็อกโกเป็นอีกทีมที่เล่นเกมรับตามแทคติกได้อย่างมีวินัย แต่จุดเด่นที่เหนือกว่าปารากวัยคือเกมรุกที่มีประสิทธิภาพและหวังผลทำประตูได้ ทำให้เกมรับและรุกของแชมป์ทวีปแอฟริกามีความสมดุล อีกทั้งยังมีพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้ารอบลึกของทัวร์นาเมนต์ น่าจับตามองว่าจะสามารถล้างตาจากความผิดหวังเมื่อ 4 ปีที่แล้วได้หรือไม่

