กก.วินัยฟีฟ่าแจงยิบไม่ได้ทำเกินหน้าที่ แซะกลับลีกยุโรปก็เคยทำ ไม่เห็นมองว่าล้ำเส้น
คณะกรรมการฝ่ายวินัยของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีมีคำตัดสินให้ระงับโทษแบนจากใบแดงของโฟลาริน บาโลกัน แนวรุกทีมชาติสหรัฐอเมริกา เปลี่ยนเป็นคาดโทษไว้ 1 ปี ทำให้เขาสามารถลงสนามในเกมพบกับเบลเยียม รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูว่าเป็นการแทรกแซงจากภาคการเมือง เนื่องจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โทรศัพท์หาจานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่า ให้ทบทวนเรื่องใบแดงของบาโลกัน
แถลงการณ์ของโมฮัมหมัด อัล คามาลี ประธานคณะกรรมการฝ่ายวินัยฟีฟ่า ยืนยันว่าคณะกรรมการฝ่ายวินัยเป็นเอกเทศจากฟีฟ่า โดยคณะกรรมการพิจารณาโทษของบาโลกัน 2 ข้อหา คือใบแดง และการกลับเข้าไปในสนามเพื่อฉลองกับเพื่อนร่วมทีมหลังชนะบอสเนียในรอบ 32 ทีมสุดท้าย แม้ว่าจะโดนไล่ออกจากสนามไปแล้ว ซึ่งคณะกรรมการมีมติว่าเขาทำผิดทั้ง 2 ข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ นอกจากการคาดโทษดังกล่าว บาโลกันยังโดนสั่งปรับเงิน 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ (1.32 ล้านบาท) ด้วย แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นโทษปรับจากความผิดข้อใดใน 2 ข้อดังกล่าว แต่สหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐระบุว่าสหพันธ์จะช่วยออกค่าปรับดังกล่าวส่วนหนึ่งด้วย
แถลงการณ์ของคณะกรรมการฝ่ายวินัยระบุด้วยว่า ได้ใช้กฎข้อ 27 ซึ่งให้สิทธิในการใช้ดุลยพินิจพิจารณาโทษทางวินัย พิจารณาสถานการณ์และหลักฐานแวดล้อมทั้งหมด จึงเปลี่ยนเป็นการคาดโทษ 1 ปี หากทำผิดซ้ำในช่วงเวลาดังกล่าว ก็จะโดนโทษแบน 1 ปี เพิ่มเติมจากโทษอื่นๆ ที่จะได้รับในช่วงเวลานั้น โดยย้ำว่าเป็นขอบข่ายอำนาจของคณะกรรมการที่จะระงับโทษใดๆ ตราบใดที่ไม่กระทบกับผลการแข่งขัน อีกทั้งการใช้ดุลยพินิจพิจารณาโทษจากใบแดงไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการฟุตบอลแต่อย่างใด เพราะก็เคยมีการใช้มาตรการแบบเดียวกันกับบรรดาลีกใหญ่ของยุโรปภายใต้สังกัดของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) อยู่แล้ว ซึ่งกรณีนั้นก็ไม่เคยเกิดความกังวลเรื่อง “ล้ำเส้น” แต่อย่างใด และขอย้ำว่ากรณีนี้ไม่ได้เปลี่ยนคำตัดสินให้ยกเลิกใบแดง แต่เปลี่ยนเป็นการคาดโทษแทนเท่านั้น
ทั้งนี้ คาดว่าแถลงการณ์ช่วงท้ายที่อ้างถึงสโมสรยุโรปและการล้ำเส้นนั้น เพื่อตอบโต้กรณีสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) แถลงตำหนิฟีฟ่าว่ากระทำการล้ำเส้น เพราะโทษแบน 1 นัดจากใบแดงเป็นโทษอัตโนมัติที่ไม่ควรใช้ดุลยพินิจใดๆ



