เอ็มบัปเป้-เดมเบเล่ คนละตุง ฝรั่งเศสอัดโมร็อกโก 2-0 เข้าตัดเชือก

10.07.26 | 05:01 น.
Reuters/David Butler Ii

เอ็มบัปเป้-เดมเบเล่ คนละตุง ฝรั่งเศสอัดโมร็อกโก 2-0 เข้าตัดเชือก

ศึกฟุตบอลโลก 2026 คืนวันที่ 9 กรกฎาคม เป็นการแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ หรือรอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก ระหว่างฝรั่งเศส อดีตแชมป์โลก 2 สมัย กับโมร็อกโก ตัวแทนหนึ่งเดียวจากทวีปแอฟริกาที่ยังหลงเหลืออยู่ แข่งขันที่ยิลเล็ตต์ สเตเดียม นครบอสตัน สหรัฐอเมริกา ผลปรากฏว่า ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายคว้าชัย 2-0

ในรอบน็อกเอาต์ ฝรั่งเศสถล่มสวีเดนมา 3-0 ก่อนเฉือนชนะปารากวัย 1-0 ด้วยลูกโทษที่จุดโทษของคีเลียง เอ็มบัปเป้ ส่วนโมร็อกโกเขี่ยเนเธอร์แลนด์ตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายในการดวลจุดโทษ 4-3 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 1-1 ก่อนถล่มเจ้าภาพร่วม แคนาดา 3-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เปิดฉากครึ่งแรก ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายทำเกมบุกได้มากกว่า และมีลุ้นประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 5 จากจังหวะเล่นลูกเตะมุม บอลมาถึงดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ซึ่งพยายามโหม่ง แต่ยาสซีน บูนู นายทวารโมร็อกโก ปัดไว้ได้

นาที 25 ฝรั่งเศสได้โอกาสลุ้นประตูอีกครั้ง เมื่อกรรมการเป่าให้ได้ลูกโทษที่จุดโทษ จากจังหวะที่เอ็มบัปเป้กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ และโดนนุสแซร์ มาซราอุย ทำฟาวล์ ก่อนยิงจุดโทษ แต่ลูกยิงของเอ็มบัปเป้โดนบูนูเซฟเอาไว้ได้

นาที 35 ฝรั่งเศสมีโอกาสดีอีกครั้ง เดซิเร่ ดูเอ้ ได้บอลฝ่ากองหลังโมร็อกโก พยายามแปกลางประตู แต่บูนูล้มตัวปัดไว้ได้อีกครั้ง

Advertisement

ภาพรวมครึ่งแรก ฝรั่งเศสเป็นฝ่ายขึงเกมบุก ขณะที่โมร็อกโกตั้งรับรองจังหวะสวนกลับ แต่ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์

ช่วงทดเจ็บ ลูก้าส์ ดีญ แบ๊กซ้ายตราไก่พยายามยิงไกล บอลโดนปลายนิ้วบูนูแล้วชนคานออกไป

จบครึ่งแรก เสมอกัน 0-0

ครึ่งหลัง โมร็อกโกพยายามครองบอลบุกมากกว่าในครึ่งแรก

นาที 55 ดูเอ้พยายามฉวยโอกาสยิงไกล แต่บูนูยังรับเอาไว้ได้

นาที 60 เอ็มบัปเป้แก้ตัวจากที่ยิงจุดโทษไม่เข้าในครึ่งแรกได้สำเร็จ เมื่อได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษ ก่อนปั่นอ้อมตัวกองหลังโมร็อกโกเข้าไป ฝรั่งเศสนำ 1-0 เป็นประตูที่ 8 ของเอ็มบัปเป้ นำดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์เท่ากับลิโอเนล เมสซี่ สตาร์กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา

หลังจากนั้น 6 นาที ฝรั่งเศสนำห่าง 2-0 จากลูกยิงไกลนอกกรอบของอุสมาน เดมเบเล่ ซึ่งเป็นประตูที่ 5 ของเจ้าตัวในทัวร์นาเมนต์นี้

หลังจากนั้น โมร็อกโกพยายามเปิดเกมบุกหวังทวงประตูคืน แต่ยังเจาะไม่เข้า

นาที 83 โมร็อกโกได้โอกาสลุ้นตีไข่แตก เมื่ออัซเซดีน อูนาฮี ปั่นลูกต่อเนื่องจากจังหวะฟรีคิก แต่ไมค์ เมญ็อง นายทวารฝรั่งเศส ปัดออกไปได้

หลังจากนั้นทำอะไรกันไม่ได้ ฝรั่งเศสคว้าชัย 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปรอพบผู้ชนะระหว่างสเปนกับเบลเยียม โดยเกมรอบตัดเชือกจะแข่งขันกันที่เอทีแอนด์ที สเตเดียม เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา คืนวันที่ 14 กรกฎาคม ตรงกับเวลาไทย 02.00 น. เช้ามืดวันที่ 15 กรกฎาคม