สเปนสถิติข่มฝรั่งเศส ก่อนชิงตั๋วรอบชิงบอลโลก กระทิงดุลุ้นย้ำแค้นเขี่ยร่วงตัดเชือก 3 รายการติด

14.07.26 | 07:19 น.
Reuters

สเปนสถิติข่มฝรั่งเศส ก่อนชิงตั๋วรอบชิงบอลโลก กระทิงดุลุ้นย้ำแค้นเขี่ยร่วงตัดเชือก 3 รายการติด

ฟุตบอลโลก 2026 มาถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว เกมคู่แรกของรอบนี้เป็นการเจอกันระหว่างสเปน กับ ฝรั่งเศส ในคืนวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่เอทีแอนด์ที สเตเดียม ดัลลัส สหรัฐอเมริกา

สเปนผ่านเข้ารอบตัดเชือกมาได้ด้วยการเจอศึกหนักในรอบน็อกเอาต์ ด้วยการชนะโปรตุเกสในรอบ 16 ทีม 1-0 และในรอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะเบลเยียม 2-1 ส่วนฝรั่งเศส ทีมเต็งแชมป์และรองแชมป์เก่า ชนะโมร็อกโก ในรอบก่อนรองชนะเลิศมาได้ 2-0

ทีมตราไก่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศมา 2 ครั้งหลังสุด ถ้าชนะเกมนี้ก็จะผ่านเข้าตัดเชือกได้ 3 สมัยติดต่อกัน ในทัวร์นาเมนต์พวกเขาชนะรวด ยิงไป 16 ประตู เสีย 2 ประตู แข็งแกร่งทั้งเกมรุกและเกมรับ ขณะที่คีเลียง เอ็มบัปเป้ กองหน้ากัปตันทีมก็ยิงไปแล้ว 8 ประตู นำเป็นดาวซัลโวร่วมกับลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงอาร์เจนตินา

ทีมกระทิงดุเกมรับสุดเหนียวแน่น ไม่เสียประตูใน 5 แมตช์แรก ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มไปจนถึงรอบ 16 ทีม เสียเพียงประตูเดียวในรอบก่อนรองชนะเลิศให้กับเบลเยียม ยิงไป 11 ประตู แต่ก็ต้องลุ้นเหนื่อยถึงช่วงท้ายเกม กว่าจะชนะคู่แข่งในรอบ 16 ทีม และรอบก่อนรองชนะเลิศได้ จากการทำประตูของมิเกล เมริโน่ ซุปเปอร์ซับทั้ง 2 แมตช์

สถิติการเจอกัน เคยเจอกันมาเพียงครั้งเดียว ในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ในเวิลด์คัพ 2006 รอบ 16 ทีม ฝรั่งเศสชนะไปได้ 3-1 ส่วนการเจอกันรวมทุกรายการ 38 ครั้ง สเปนมีสถิติที่ดีกว่า ชนะ 18 เสมอ 7 ฝรั่งเศสชนะ 13 อย่างไรก็ตามการเจอกันในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลยูโร 2024 สเปนชนะมาได้ 2-1 และเข้าไปคว้าแชมป์มาครองได้ ส่วนศึกยูฟ่า เนชั่นส์ลีก 2025 รอบรองชนะเลิศ สเปนก็เอาชนะมาได้ 5-4

Advertisement

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของทั้งสองทีม
ฝรั่งเศส : ไมค์ เมญ็อง, ฌูลส์ กุนเด้, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, วิลเลียม ซาลิบา, ลูก้าส์ ดีญ, มานู โคเน่, อาเดรียง ราบิโอต์, ไมเคิล โอลิเซ่, อุสมาน เดมเบเล่, เดซิเร่ ดูเอ้, คีเลียง เอ็มบัปเป้

สเปน : อูไน ซิม่อน, เปโดร ปอร์โร่, เปา คูบาร์ซี่, เมอเมอริก ลาปอร์กต์, มาร์ค คูคูเรย่า, โรดรี้, เปดรี้, ลามีน ยามาล, ดานี่ โอลโม่, อเล็กซ์ บาเอน่า, มิเกล โอยาร์ซาบาล

ทีมที่ชนะจะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับผู้ชนะระหว่างอาร์เจนตินา กับ อังกฤษ โดยรอบชิงชนะเลิศจะแข่งขันคืนวันที่ 19 กรกฎาคม เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่เมทไลฟ์ สเตเดียม นิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา