ทรัมป์แซวเคนโดนจับเล่นเกมรับ อินฟานติโน่อวยบอลโลกหนนี้เป็นสุดยอดอีเวนต์ของมวลมนุษยชาติ
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ถึงแฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษ ที่เคยออกรอบเล่นกอล์ฟด้วยกัน ระหว่างการแถลงข่าวก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 ที่อาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ว่า อังกฤษมีนักเตะที่ยอดเยี่ยมมากคนหนึ่งซึ่งตนเคยเล่นกอล์ฟด้วย นั่นคือ แฮร์รี่ เคน คิดว่าอังกฤษอาจจะทำพลาดที่จับเขาเล่นเกมรับ ตนไม่ได้รู้เรื่องฟุตบอลมากเท่าไร แต่ตอนนั้นสิงโตคำรามนำอยู่ และเอานักเตะที่ดีที่สุดของทีมมาเล่นเกมรับ ทั้งที่ควรจะบุกสักหน่อย จริงมั้ย แต่ก็ไม่คิดจะวิจารณ์อะไร เพราะไม่ใช่โค้ช แค่รู้สึกว่ามันแปลกเท่านั้น
ทั้งนี้ ทรัมป์แซวเคนและทีมชาติอังกฤษกรณีที่กุนซือ โธมัส ทูเคิล โดนวิจารณ์เรื่องเปลี่ยนผู้เล่นแนวรับลงสนามหลายคนหลังขึ้นนำอาร์เจนตินา 1-0 ในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ เพื่อหวังอุดประตู แต่สุดท้ายโดนทีมฟ้า-ขาว แชมป์เก่า แซงชนะ 2-1 ต้องผิดหวังอีกครั้ง
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเอ่ยถึงกรณีที่โทรศัพท์หาจานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เรื่องให้ทบทวนใบแดงของโฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐ จนนำไปสู่การระงับโทษแบน เปลี่ยนเป็นคาดโทษ 1 ปี ทำให้บาโลกันลงสนามในรอบ 16 ทีมสุดท้ายพบกับเบลเยียมได้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เชิงลบ
ทรัมป์กล่าวว่า ฟุตบอลโลกหนนี้เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ไม่เหมือนครั้งไหนๆ มีการแข่งขันที่ดุเดือด และมีโมเมนต์ที่น่าจดจำมากมาย บางทีช่วงเวลาที่ลืมไม่ลงที่สุดคือตอนที่พวกเขาแจกใบแดงให้สุภาพบุรุษคนนั้น ซึ่งมันเป็นใบแดงจริงๆ หรือ? แล้วตนเลยจำเป็นต้องโทรศัพท์หาอินฟานติโน่ บอกเขาว่า “อยากแนะนำอะไรสักหน่อย ให้เขา (บาโลกัน) ลงเล่นซะ!” เปล่าเลย ตนไม่ได้พูดแบบนั้น แค่บอกว่าอยากร้องเรียนเฉยๆ และไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ผลลัพธ์มันก็ออกมาดี เพราะไม่มีเรื่องขัดแย้งอะไรเกิดขึ้น เบลเยียมคว้าชัยชนะ และทีมของเราก็มีนักเตะให้เลือกลงสนามครบถ้วน เป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม แม้ตนจะไม่ได้รับเครดิตในเรื่องนี้ก็ตาม
ทรัมป์ยังกล่าวขอบคุณอินฟานติโน่ที่กล่าวถึงฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งแคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพร่วม ว่าเป็นอีเวนต์กีฬาที่ประสบความสำเร็จที่สุด อาจจะในประวัติศาสตร์โลกเลยก็เป็นได้
ขณะที่อินฟานติโน่กล่าวว่า ฟุตบอลโลกหนนี้เกินความคาดหมายไปมาก เป็นอเมริกันดรีมที่ถูกทำให้เป็นจริง เรารวมโลกเป็นหนึ่งเดียวที่อเมริกา นี่ไม่เพียงเป็นฟุตบอลโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศสตร์ แต่ยังเป็นอีเวนต์ทางสังคม วัฒนธรรม และมานุษยวิทยา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์โลกเคยได้เห็นและมีส่วนร่วมเลยทีเดียว ต้องขอบคุณประธานาธิบดีทรัมป์เป็นอย่างยิ่ง

