สิงโตคำราม เชือดนิ่ม ตราไก่ 6-4 คว้าที่ 3 ฟุตบอลโลก 2026
ศึกฟุตบอลโลก 2026 เช้ามืดวันที่ 19 กรกฎาคม เป็นการชิงบังลังก์อันดับสาม คู่ระหว่าง “ตราไก่” ฝรั่งเศส แชมป์โลก 2 สมัย ลงสนามพบกับ “สิงโตคำราม” อังกฤษ แชมป์โลก 1 สมัย ที่ ไมอามี สเตเดียม สหรัฐอเมริกา ผลปรากฎว่า อังกฤษ เอาชนะ ฝรั่งเศส 6-4
ฝรั่งเศส รอบแรกชนะ 6 นัดรวด รอบ 32 ทีมสุดท้ายเอาชนะสวีเดน 3-0 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เฉือนชัยปารากวัย 1-0 และชนะโมร็อกโก 2-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่มาพ่ายให้กับ สเปน ในรอบรองชนะเลิศ 0-2 ส่วน อังกฤษ รอบแรกชนะ 2 เสมอ 1, รอบ 32 ทีม ชนะดีอาร์ คองโก 2-1, รอบ 16 ทีม เฉือนเจ้าภาพร่วม เม็กซิโก 3-2 และรอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะนอร์เวย์ 2-1 และแพ้ อาร์เจนตินา ในรอบรองชนะเลิศ 2-1
ฝรั่งเศส และ อังกฤษ เคยพบกันในแมตซ์อย่างเป็นทางการกว่า 32 ครั้ง อังกฤษชนะไป 17 ครั้ง ฝรั่งเศสชนะไป 10 ครั้ง และเสมอกัน 5 ครั้ง คู่นี้เคยเจอกันในฟุตบอลโลกมา 3 ครั้ง (ปี 1966, 1982 และ 2022) โดยอังกฤษชนะ 2 ครั้ง และฝรั่งเศสชนะ 1 ครั้ง ล่าสุดฟุตบอลโลก 2022 ที่การ์ตา ตราไก่ เขี่ย สิงโตคำราม ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยสกอร์ 2-1 นัดนี้จะเป็นเกมส่งท้าย ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ เฮดโค้ชฝรั่งเศส ที่คุมทีมมายาวนานกว่า 14 ปี อีกด้วย
แมตช์นี้ ฝรั่งเศส ของกุนซือ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ จะไม่มี วิลเลียม ซาลิบา เนื่องจากมีอาการเจ็บหลังเมื่อนัดที่แล้ว โดยจัดทัพผู้เล่น 11 ตัวจริงนำโดย ผู้รักษาประตู ไมค์ เมญ็อง กองหลัง มาโล กุสโต้, อิบราฮิม่า โคนาเต้, แม็กซ็องส์ ลาครัวซ์, เตโอ เอร์นันเดซ กองกลาง วาร์เรน ซาอีร์-เอเมรี่, อาเดรียง ราบิโอต์ แดนหน้า ไมเคิล โอลิเซ่, รายัน แชร์กี, เดซิเร่ ดูเอ้ และ คิเลียง เอ็มบัปเป้
ขณะที่ อังกฤษ ภายใต้การคุมทัพของโธมัส ทูเคิ่ล จะได้นักเตะที่ติดโทษแบนอย่าง จาเรลล์ ควอนซาห์ กลับมาช่วยทีม โดยส่ง11 ตัวจริงดังนี้ ผู้รักษาประตู ดีน เฮนเดอร์สัน แดนหลัง เจด สเปนซ์, มาร์ค เกฮี, เอซรี่ คอนซ่า, จาเรลล์ ควอนซาห์ กองกลาง ดีแคลน ไรซ์ แดนหน้า มาร์คัส แรชฟอร์ด, เอเบเรชี่ เอเซ่, มอร์แกน โรเจอร์ส, บูกาโย่ ซาก้า และ ไอแวน โทนี่ย์
เกมครึ่งแรก อังกฤษ ครองบอลได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เล่นแบบพับสนาม โดยได้ประตูแรก นาทีที่ 3 จาก ดีแคลน ไรซ์ ต่อจากนั้นนาทีที่ 18 ขึ้นนำ 2-0 ได้ประตูจาก เอซรี่ คอนซ่า สิงโตคำรามต่อบอลอย่างแม่นยำและบุกอย่างต่อเนื่อง ได้อีก 2 ประตู จาก บูกาโย่ ซาก้า นาทีที่ 37 และ 45+1 จบครึ่งแรก อังกฤษ นำ 4-0
เข้าสู่ครึ่งหลังไม่นาน เดส์ชองส์ แก้เกมได้ดี ฝรั่งเศสมาได้ประตูตีไข่แตก คิเลียง เอ็มบัปเป้ ซัดเข้าไปด้วยเท้าซ้ายตุงตาข่าย ในนาทีที่ 48 หลังจากนั้นฝรั่งเศสมาได้ประตูไล่ขึ้นมา จาก แบรดลีย์ บาร์โคล่า ในนาทีที่ 54 ฝรั่งเศสไล่ตามมาเป็น 2-4 ฝรั่งเศสยังบดอังกฤษอย่างต่อเนื่อง บุกโหด และเป็น คิเลียง เอ็มบัปเป้ หวดด้วยเท้าซ้ายอย่างเด็ดขาด เข้าไปในนาทีที่ 66 เป็นประตูที่ 10 ของเจ้าตัว นำหน้า ลิโอเนล เมสซี่ 2ลูก ยังมีลุ้นดาวซัลโวในเวิลด์คัพหนนี้ ฝรั่งเศสไล่มาเป็น 3-4 อังกฤษมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ มาโล กุสโต้ เข้าสกัด เจด สเปนซ์ ผู้ตัดสินชี้จุดโทษทันที และได้ บูกาโย่ ซาก้า รับหน้าที่ยิงจุดโทษ นาทีที่ 90+3 และเป็นการทำแฮตทริกของเจ้าตัวด้วย อังกฤษนำ 5-3 ฝรั่งเศสไม่ปล่อยให้รอนานโต้กลับ นาทีที่ 90+6 ได้ประตูจาก อุสมาน เดมเบเล่ หวดเข้าไปไม่เหลือ และอังกฤษ สวนกลับอย่างรวดเร็ว นาทีที่ 90+7 จู๊ด เบลลิงแฮม ยิงรอดหว่างขาเข้าไป จบเกม อังกฤษ เอาชนะ ฝรั่งเศส 6-4 อย่างดุเดือด
อังกฤษ คว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2026 ได้รับเงินรางวัลรวม 29 ล้านเหรียญสหรัฐ (947 ล้านบาท) ส่วนฝรั่งเศส จบอันดับ 4 ได้รับเงินรางวัลรวม 27 ล้านเหรียญสหรัฐ(907 ล้านบาท)



