มัลดินี่รับเจรจาทั้งเป๊ป-อันเช่ คุมทีมชาติอิตาลี
หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีได้มีการเจรจากับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า โค้ชชาวสเปน ให้มาทำหน้าที่คุมทีม และได้ให้เปาโล มัลดินี่ ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการเทคนิคเป็นผู้ไปเจรจา อย่างไรก็ตามนอกจากการเจรจากับเป๊ปแล้ว มัลดินี่ยังได้มีการพูดคุยกับคาร์โล อันเชล็อตติ โค้ชชาวอิตาเลียน ที่ปัจจุบันคุมทีมชาติบราซิอยู่ด้วย
มัลดินี่กล่าวว่า สำหรับเรื่องการเจรจากับเป๊ปนั้น คงไม่สามารถยืนยันอะไรได้ในตอนนี้ และเราก็ได้คุยกับอันเชล็อตติด้วย การเริ่มต้นด้วยการเจรจากับโค้ชที่ดีที่สุดในโลกเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เราก็ต้องพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ที่เป็นไปได้ด้วย ส่วนตัวเองนั้นรู้สึกถึงความรับผิดชอบและความกดดันที่ต้องมาทำหน้าที่นี้ เพราะเป็นโปรเจ็กต์ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน เมื่อทีมชาติอิตาลีต้องการตัว เป็นเรื่องยากมากที่จะปฏิเสธ ตอนแรกอยากจะไม่ได้รู้สึกถึงความท้าทาย แต่ก็รับรู้ได้ถึงศักยภาพในการจะสร้างความแตกต่าง ซึ่งทุกคนก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เป็นเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจครั้งนี้ ได้ใช้พลังทั้งหมดในการชวนเลโอนาร์โด้ เข้ามาร่วมงานด้วยกัน เพราะเราทำงานกันด้วยความเคารพและให้คุณค่าซึ่งกันและกัน ยิ่งการได้ประชุมร่วมกับทีมจากกัลโช่ เซเรียอา ทุกคนต่างอ้าแขนรับโปรเจ็กต์ของเรา และตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิค ก็ไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้ด้วย
อันเชล็อตติประสบความสำเร็จอย่างมากในการคุมทีมระดับสโมสร จากการทำงานกับหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรป และในปี 2024 เขากลายเป็นกุนซือคนแรกที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้ถึง 5 สมัย แต่ในฟุตบอลโลก 2026 พาบราซิลตกรอบ 16 ทีม อย่างไรก็ตามเขายังมีสัญญากับสหพันธ์ฟุตบอลบราซิลไปจนถึงปี 2030
ขณะที่เป๊ปอำลาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการคุมทีมครบ 10 ปี ตลอดช่วงเวลานั้น เขาพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย, คาราบาว คัพ 5 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2023
ด้านทีมชาติอิตาลีไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2026 ได้ โดยพ่ายให้กับบอสเนียในการดวลจุดโทษของรอบเพลย์ออฟยุโรป ทั้งเจนนาโร่ กัตตูโซ่ และกาเบรียเล กราวิน่า ประธานสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ต่างก็ลาออกจากตำแหน่ง ขณะที่จานลุยจิ บุฟฟ่อน อดีตผู้รักษาประตูและกัปตันทีมชาติอิตาลี ก็ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้แทนของสหพันธ์เช่นกัน
นับเป็นครั้งที่สามติดต่อกันที่อิตาลี ซึ่งเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก 4 สมัย ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้ อีกทั้งทีมยังไม่เคยผ่านรอบแบ่งกลุ่มของฟุตบอลโลกอีกเลยนับตั้งแต่คว้าแชมป์ในปี 2006 แม้ว่าจะสามารถคว้าแชมป์ยูโร 2020 ภายใต้การคุมทีมของโรแบร์โต้ มันชินี่ ได้ก็ตาม

