ฟีฟ่าจวกขั้วตรงข้ามจงใจเดินเกมดิสเครดิตอินฟานติโน่ เพราะรู้ว่าเสียงสู้ไม่ได้

9.08.26 | 12:24 น.
REUTERS/Luisa Gonzalez

ฟีฟ่าจวกขั้วตรงข้ามจงใจเดินเกมดิสเครดิตอินฟานติโน่ เพราะรู้ว่าเสียงสู้ไม่ได้

จากกรณี “เดลี่ เทเลกราฟ” สื่ออังกฤษ ออกมาแฉว่า สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เคยจ่ายเงินชดเชยเป็นตัวเลข 6 หลัก หรือหลักแสนปอนด์ให้กับหญิงรายหนึ่ง ในช่วงที่จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ดำรงตำแหน่งเลขาธิการยูฟ่า และแฉด้วยว่าหญิงรายดังกล่าวมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอินฟานติโน่ โดยยูฟ่าออกมายอมรับเรื่องการจ่ายเงินให้กับหญิงรายดังกล่าวจริง แต่ระบุว่าเป็นค่าเรียน MBA ขณะที่โฆษกฟีฟ่าออกมาปฏิเสธข่าวเชิงลบของอินฟานติโน่นั้น


ล่าสุด ฟีฟ่าออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ว่า ประธานฟีฟ่าได้รับการเลือกตั้งจากหลักประชาธิปไตยโดยสมาชิกของสหพันธ์ และยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่ได้รับมอบหมาย แต่เป็นที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่า มีความพยายามอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องจากคนบางกลุ่มที่ต้องการบ่อนทำลายฟีฟ่าและประธานฟีฟ่า บุคคลใดก็ตามที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอันเป็นสมาชิกของฟีฟ่า ไม่ควรพยายามกล่าวหา ใส่ร้าย หรือให้ข้อมูลที่ผิดพลาด เพื่อหวังเป้าหมายที่พวกเขาทำไม่ได้ผ่านกระบวนการประชาธิปไตย

สื่อวิเคราะห์ว่า แถลงการณ์ของฟีฟ่าพุ่งเป้าไปที่คู่กรณีของอินฟานติโน่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาติยุโรป โดยมีข้อขัดแย้งมานานหลายประเด็น โดยเฉพาะช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รวมทั้งกรณีแผนเปิดขายสิทธิการแข่งขันฟุตบอลโลกและอีเวนต์อื่นๆ ล่าสุด ยูฟ่าก็ออกแถลงการณ์ไม่เชื่อมั่นการทำหน้าที่ของอินฟานติโน่ หลังบอร์ดฟีฟ่าประชุมฉุกเฉินกรณีปัญหาล่าสุด และยืนยันสนับสนุนเขาให้ทำหน้าที่ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ขณะที่สหพันธ์และสมาพันธ์ฟุตบอลภูมิภาคยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง ออกมาแสดงจุดยืนฝั่งตรงข้ามกับอินฟานติโน่ในกรณีล่าสุด แต่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งแอฟริกา สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งอเมริกาใต้ รวมถึงสมาคมฟุตบอลเม็กซิโก สมาชิกโซนคอนคาเคฟ ต่างก็ออกมาหนุนหลังอินฟานติโน่ให้ทำหน้าที่ต่อไป

Advertisement

ทั้งนี้ อินฟานติโน่แสดงเจตนาชัดเจนก่อนหน้านี้ว่าจะลงชิงตำแหน่งประธานฟีฟ่าอีกสมัยในการประชุมใหญ่เดือนมีนาคมปีหน้า โดยเดิมนั้นเขาได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นเกิน 200 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 211 เสียง แต่กรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นยังไม่ชัดเจนว่าจะได้รับคะแนนสนับสนุนเท่าใด หรือจะมีใครขึ้นมาท้าชิงตำแหน่งหรือไม่