ยูฟ่าเตือนตลาดนักเตะยุโรปมีช่องว่างใหญ่ พรีเมียร์ลีกทุ่มเงินเสริมทีมทิ้งห่างลีกอื่นเพียบ
สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป(ยูฟ่า) เตือนตลาดซื้อขายนักเตะยุโรปกำลังแบ่งออกเป็น 2 ระดับอย่างชัดเจน หลังสโมสรพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทุ่มเงินมหาศาลในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ จนสร้างช่องว่างด้านอำนาจซื้อกับลีกชั้นนำอื่นๆ อย่างมาก
รายงาน European Club Talent and Competition Landscape ฉบับล่าสุดของยูฟ่า ระบุว่า สโมสรพรีเมียร์ลีกทั้ง 20 ทีมใช้เงินซื้อนักเตะรวมกันประมาณ 4,600 ล้านยูโร(175,145 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่ายอดใช้จ่ายของ 8 ลีกใหญ่ในยุโรปรวมกัน
อันเดรีย ทราแวร์โซ่ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของยูฟ่า ระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวน่ากังวล เพราะค่าตัวนักเตะยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดอังกฤษ และอาจเพิ่มแรงกดดันต่อผลประกอบการของสโมสรในอนาคต
“สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนการกระจุกตัวของนักเตะมากขึ้น และตลาดที่แบ่งขั้วชัดเจนขึ้น จนเกิดระบบสองความเร็วอย่างชัดเจน” ทราแวร์โซกล่าว
ตัวเลขสะท้อนช่องว่างได้ชัดเจน สโมสรอังกฤษมีส่วนร่วมในดีลซื้อขายนักเตะมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ และจ่ายค่าตัวนักเตะที่ย้ายเข้าสโมสรเฉลี่ยราว 24 ล้านยูโร(913.80 ล้านบาท) ต่อคน ขณะที่ลีกชั้นนำอื่นๆ ของยุโรปจ่ายเฉลี่ยเพียง 4-5 ล้านยูโร(152-190 ล้านบาท) เท่านั้น
ขณะเดียวกัน ดีลที่มีค่าตัวเกิน 50 ล้านยูโร(1,903 ล้านบาท) ในยุโรปเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 14 ดีลในซัมเมอร์ 2024 เป็น 23 ดีลในปี 2025 ก่อนพุ่งเป็น 35 ดีลในปี 2026 และในจำนวนนี้ถึง 29 ดีลเป็นการใช้เงินของสโมสรพรีเมียร์ลีก
ยูฟ่ายังเตือนถึงความเสี่ยงหากตลาดเกิดการชะลอตัว โดยเฉพาะสโมสรที่มีภาระหนี้ เพราะหากค่าตัวนักเตะปรับลดลงหรือความต้องการซื้อของตลาดลดลง อาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินอย่างหนัก
อีกด้านหนึ่ง สโมสรยุโรปหันมาขายนักเตะจากอคาเดมีมากขึ้น เพราะสามารถสร้างกำไรทางบัญชีได้สูง โดยช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา สโมสรยุโรปทำกำไรจากการขายนักเตะกลุ่มนี้รวมราว 6,800 ล้านยูโร(258,910 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 655 ล้านยูโร(24,939 ล้านบาท) จากปีก่อน
ส่วนประเด็นการโยกย้ายนักเตะระหว่างสโมสรที่อยู่ภายใต้เจ้าของกลุ่มเดียวกัน ยูฟ่าระบุว่ายังไม่พบหลักฐานมากพอว่ามีการตั้งค่าตัวสูงหรือต่ำผิดปกติเพื่อเอื้อประโยชน์ระหว่างสโมสร โดยดีลลักษณะนี้มีมูลค่ารวม 152 ล้านยูโร(5,787 ล้านบาท) เทียบกับมูลค่าตลาดประเมินราว 159 ล้านยูโร(6,054 ล้านบาท) โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินในดีลกลุ่มนี้มาจากการซื้อขายนักเตะระหว่างเชลซีกับสตราสบูร์ก ซึ่งอยู่ภายใต้เครือข่ายเจ้าของเดียวกัน

