แบน’สรรวัชญ์’รวม8นัดต่อยผู้ตัดสิน ยังไม่ฟันธงคดีเชิ้ตดำเกม’สุพรรณ-เมืองทอง’

พล.ต.ท อำนวย นิ่มมะโน โฆษกสสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัยและมารยาท เป็นประธานในการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาวินัยและมารยาท ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม

ภายหลังจากการประชุม พล.ต.ท.อำนวย เปิดเผยว่า จากกรณีแรกเกมระหว่าง การท่าเรือ เอฟซี กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งผู้ตัดสิน อาคม เจริญสุข ปฏิเสธการให้จุดโทษกับ การท่าเรือ เอฟซี ในจังหวะที่เซร์คิโอ ซัวเรซ โดน วิศรุต อิ่มอุระ เตะในเขตโทษ ถือว่าเป็นความผิดของผู้ตัดสินอย่างชัดเจน เพราะว่าอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุไม่เกิน 10 เมตร ซึ่งตรงนี้ทาง “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้มีคำสั่งลงโทษห้ามผู้ตัดสิน อาคม เจริญสุข ปฏิบัติหน้าที่จนจบฤดูกาลไปแล้วในแต่ในส่วนของคณะกรรมการฯ นั้น จะมีการพิจารณาอีกครั้งในคณะประเมินผู้ตัดสิน และจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า

พล.ต.ท.อำนวย กล่าวต่อว่า ขณะที่กรณีคู่ระหว่าง สุพรรณบุรี เอฟซี กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยผู้ตัดสิน ภานุมาส พันธ์สะโม ปฏิเสธการให้จุดโทษกับ เอสซีจี เมืองทองฯ ในจังหวะที่ อดิศร พรหมรักษ์ ถูก ทินกร อสุรินทร์ พุ่งเข้าเสียบ ถือว่าเป็นกรณีคล้ายกันเกี่ยวกับการให้จุดโทษ แต่ว่าเป็นกรณีที่ตัดสินได้ยากกว่า แม้น้ำหนักจะไปทางฝั่งการเป็นจุดโทษก็ตาม ดังนั้นเรื่องนี้ก็จะต้องมีการเข้าคณะประเมินผู้ตัดสินในสัปดาห์หน้าเช่นกัน เพียงแต่ว่าระหว่างที่จะมีคำตัดสินออกมา จะมีคำสั่งไม่ให้ผู้ตัดสิน ภานุมาส ทำหน้าที่จนกว่าจะได้ข้อสรุป

นอกจากนี้ ทางคณะกรรมการยังได้มีการตัดสินคดีในเกมคู่ระหว่าง การท่าเรือ เอฟซี กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เพิ่มอีก 1 กรณี คือในช่วงท้ายเกมที่ สรรวัชญ์ เดชมิตร ตั้งใจชกท้องของผู้ตัดสิน อาคม เจริญสุข ก่อนจะโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป ซึ่งโทษของใบแดงโดยตรงคือการโดนแบน 2 นัด ปรับเงิน 20,000 บาท อย่างไรก็ตามจะมีโทษของคณะกรรมการอีก ดังนี้

การทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ห้ามลงแข่งขันครั้งต่อไป 2 นัด และปรับเงิน 30,000 บาท แต่เป็นการกระทำต่อเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ให้เพิ่มโทษจากเดิมเป็น 2 เท่า ห้ามลงแข่งขันครั้งต่อไป 4 นัด และปรับเงิน 60,000 บาท กรณีต่อมาคือการเตะบอลทิ้งออกนอกสนาม ถือว่าเป็นการปฏิบัติตนไม่เหมาะสมและเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี มีโทษแบน 1 นัด ปรับ 30,000 บาท และหลังจากจบการแข่งขัน เดินเข้าสนามไปหาผู้ตัดสิน ซึ่งผู้ที่โดนใบแดงไม่มีสิทธิเดินกลับลงไปในสนาม ดังนัันมีโทษแบน 1 นัด ปรับ 10,000 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นโทษแบน 8 นัด ปรับเงิน 120,000 บาท

พล.ต.ท.อำนวย กล่าวเสริมว่า อย่างไรก็ตามสโมสรมีสิทธิอุทธรณ์ได้ แต่โทษแบนจากใบแดงโดยตรงจะเริ่มตนตั้งแต่สัปดาห์นี้ ในกรณีนี้ ที่ไม่เรียกสรรวัชญ์ เข้ามาชี้แจง เพราะว่าเป็นกรณีที่มีความชัดเจน มีรายงานจากผู้ตัดสินชัดเจน จึงไม่ได้เปิดโอกาสให้มาชี้แจง ไม่ใช่มีความลำเอียงแต่อย่างใด

พล.ต.ท.อำนวย กล่าวปิดท้ายว่า ในส่วนของการทำงานของผู้ตัดสิน ยอมรับว่าเมื่อเป็นการตัดสินด้วยคน มันย่อมมีความผิดพลาดกันได้ อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายฤดูกาลที่มีความเข้มข้นมากนั้น เชื่อว่าถ้าหากมีเทคโนโลยีวิดีโอช่วยตัดสินมาช่วย ก็จะทำให้ลดความผิดพลาดไปได้เยอะ

บทความก่อนหน้านี้นายกสมาคมฯชี้นักการตลาดต้องพัฒนารับมือรอยต่อสู่ยุคดิจิทัล
บทความถัดไป“เบ็นคิว”โปรเจ็กเตอร์W5700 มิติของการชมภาพยนตร์