‘บิ๊กอ๊อด’ยันใช้’วีเออาร์’ชิงเอฟเอคัพ เตรียมหลักสูตรเชิ้ตดำถูกแบนก่อนคัมแบ๊กตัดสิน

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ​ เป็นประธานในการประชุมสภากรรมการ ที่ห้องประชุมสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 27 กันยายน

ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ได้ขอให้ทางสภากรรมการอนุมัติในหลายๆ ประเด็น อาทิเช่น เรื่องการหาบริษัทเข้ามาศึกษาความเป็นไปได้ในโครงการสร้างศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลแห่งชาติ ที่อ.มวกเหล็ก เพื่อทำเรื่องยื่นต่อสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) รวมถึงการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการปรับปรุงสนาม เรื่องของไฟส่องสว่าง ให้พร้อมสำหรับการแข่งขันเอเอฟซี ยู-23

บิ๊กอ๊อด กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติให้ฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสิน จัดหลักสูตรสำหรับผู้ตัดสินที่ถูกลงโทษห้ามทำหน้าที่ ต้องเข้าอบรมก่อนจะกลับเข้ามาทำหน้าที่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้ปรับปรุง ปรับตัว ก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ เพื่อแก้ไขปัญหาการร้างเวทีตัดสินไปนาน

“วิธีนี้เป็นวิธีที่หลายๆ ประเทศทำกัน ซึ่งคนที่ถูกแบนนั้นจะต้องอบรมและผ่านเกณฑ์ก่อน จะต้องพร้อมทั้งทฤษฎีและร่างกาย ไม่งั้นจะกลับมาตัดสินไม่ได้ และก็จะต้องกลับมาตัดสินในลีกที่ต่ำกว่าเดิม เช่นไทยลีก 2, ไทยลีก 3 หรือไทยลีก 4 ก่อน อย่างไรก็ตามถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกว่าปล่อยให้ร้างสนามนานแล้วกลับไปตัดสินในเกมใหญ่ๆ ทันที อย่างน้อยการมีชั่วโมงทำงาน จะสร้างประสบการณ์ที่ดีได้”

นอกจากนี้ บิ๊กอ๊อด ยังพูดถึงการใช้วีดีโอช่วยตัดสิน (วีเออาร์) ว่า ขณะนี้ผู้ตัดสินไทยได้ผ่านหลักสูตรของคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ (ไอแฟบ) พร้อมทำหน้าที่แล้ว แต่ยังต้องเตรียมความพร้อมด้านอื่นๆ เช่นอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆ เป็นไปตามคาดการณ์จะได้เริ่มใช้นัดแรกในนัดชิงชนะเลิศ “ช้าง เอฟเอ คัพ 2019” ระหว่าง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี กับ การท่าเรือ เอฟซี ที่สนามกีฬากองทัพบก วันที่ 2 พฤศจิกายน

พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวปิดท้ายว่า ในที่ประชุมยังได้มีการอนุมัติให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ สรรหาบริษัทผู้ที่จะเข้ามาบริหารสิทธิประโยชน์ และสัญญาต่างๆ กับทางสมาคมฯ ที่จะหมดลงในปีพ.ศ.2563 ถึงแม้ว่าวาระของสภากรรมการชุดนี้ จะหมดลงในปีหน้าเช่นกัน แต่เรื่องนี้ตามหลักต้องสรรหาก่อน 1 ปีจะหมดสัญญา เพื่อให้ผู้ที่จะเข้ารับช่วงต่อ สามารถเตรียมตัวได้ทัน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ 2-3 เดือนจะทำได้ และถ้าหากเหลือเวลาน้อย อาจจะทำให้ไม่มีผู้สนใจได้ เพราะเตรียมตัวไม่ทัน

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กป้อม” จวก นศ.ไทยชูป้ายไล่บิ๊กตู่ ดิสเครดิตนายกฯ
บทความถัดไปบิ๊กป้อม โอด งบประมาณกองทัพขาดแคลนมาตลอด