‘ฉลามชล’ เปิดตัว ‘นรุตม์ชัย’ เข้ารัง พร้อมดัน 2 ดาวรุ่งขึ้นชุดใหญ่บู๊ไทยลีก

“ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี จัดการเปิดตัว นรุตม์ชัย นิ่มบุญ ห้องเครื่อง วัย 24 ปี จาก บางกอก เอฟซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ พร้อมดันดาวรุ่ง ผลผลิต จาก ชลบุรี เอฟซี อคาเดมี่ อย่าง ณัฏฐยศ พลเยี่ยม และ สัมพันธ์ เกษี ลุยศึก ไทยลีก 2020

ความเคลื่อนไหว ของ สโมสร ชลบุรี เอฟซี ที่กำลังเตรียมทีมสู้ศึก ไทยลีก 2020 โค้งสุดท้าย ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ “บิ๊กบอล” นายศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม ได้ทำการเปิดตัว “เจ้าเซ็นต์” นรุตม์ชัย นิ่มบุญ กองกลางวัย 24 ปี จากสโมสร บางกอก เอฟซี มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ

นายศศิศ กล่าวว่า “สำหรับ นรุตม์ชัย ถือเป็นผู้เล่น ในตำแหน่งกองกลาง อีก 1 คน ที่ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสิรฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ต้องการมาเป็นกำลังเสริม เพื่อเติมเต็มให้ทีม มีตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ เขา เข้ามาร่วมฝึกซ้อม และ ลงสนาม ร่วมกับทีมในช่วงปีซีซั่น เขา ก็ทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ และ น่าจะเป็นขุมกำลังสายเลือดใหม่ที่ดี ของทีม”

พร้อมกันนี้ทางสโมสร ยังได้ทำการเปิดตัว ณัฏฐยศ พลเยี่ยม และ สัมพันธ์ เกษี 2 แข้งดาวรุ่งดีกรีเยาวชน ทีมชาติ ไทย ซึ่งเป็นผลผลิต จาก ชลบุรี เอฟซี อคาเดมี่ ที่กลับจากการปล่อยยืม ไปเล่นในศึก ไทยลีก 3 กับ สโมสร บ้านบึง ภูเก็ต เอฟซี ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ สู้ศึก ไทยลีก 2020 ด้วย โดย “บิ๊กบอล” กล่าวถึง นักเตะทั้ง 2 รายว่า

“เราติดตามผลงาน ของ ณัฏฐยศ และ สัมพันธ์ รวมถึงเด็กๆทุกคน ที่ปล่อยยืมตัวให้กับ สโมสร ต่างๆ ได้ใช้งานอยู่เสมอ ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ฤดูกาลที่ผ่านมา ทั้งคู่ ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นผู้เล่นหลัก ของ สโมสร บ้านบึง ภูเก็ต เอฟซี ในการสู้ศึก ไทยลีก 3 อีกทั้งในช่วงเตรียมทีม สู่ซีซั่น 2020 ตั้งแต่เมื่อเดือน พฤศจิกายน ปีที่แล้ว พวกเขา ก็ทำผลงานในการฝึกซ้อม และ อุ่นเครื่อง ได้เป็นที่น่าพอใจ”

“จนทำให้ “โค้ชเตี้ย” เลือกส่งชื่อเป็น 1 ใน 27 ผู้เล่น สู้ศึก ไทยลีก ในปีนี้ โดยเชื่อมั่นว่า นี่จะเป็น 2 นักเตะดาวรุ่ง ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญ ของ ชลบุรี เอฟซี ในการไล่ล่าความสำเร็จในปีนี้ และ ในอนาคต อย่างนอน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ประจัญบาน’ย้ำแค้น ‘เพชรพงัน’ คู่เอก ‘ศึกเพชรวิทยา’ เวทีราชดำเนิน
บทความถัดไปคารม ปลุก สภาฯโหวตรับญัตติต้านรปห. ซัด ทหารยึดอำนาจขี่รถถัง ไม่ใช่พระเอกขี่ม้าขาว