‘สมยศ’ แจงเหตุยกเลิกสัญญา ‘เซนส์’ ดึงลิขสิทธิ์ดูแลเอง เปิดช่องเจรจา ‘ทรูวิชั่นส์’

‘สมยศ’ แจงเหตุยกเลิกสัญญา ‘เซนส์’ ดึงลิขสิทธิ์ดูแลเอง เปิดช่องเจรจา ‘ทรูวิชั่นส์’

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงข่าวหลังการประชุมร่วมกับสโมสรสมาชิกเรื่องกำหนดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของไทย ประจำฤดูกาล 2021 ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน สรุปสาระสำคัญดังนี้

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า จากปัญหาในการจัดการแข่งขันฤดูกาล 2020 ที่่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อจะหาเงินมาสนับสนุนสโมสรให้ได้มากที่สุด ซึ่งล่าสุดได้รับความชัดเจนพร้อมแจ้งสโมสรแล้วว่า สโมสรจะได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มอีก ไทยลีก 1 ได้รับเพิ่มอีก 5 ล้านบาท รวมจากงวดแรกที่เคยได้รับเป็น 10 ล้านบาท ขณะที่ไทยลีก2 จะได้รับอีก 1 ล้านบาท รวมกับงวดแรกเป็น 1.75 ล้านบาท ทั้งนี้สโมสรสามารถเข้ามาติดต่อรับเงินจำนวนดังกล่าวได้ทันที ขณะที่ฤดูกาลใหม่ 2021 นั้น สโมสรจะได้รับเงินหนุนเต็มตามจำนวนที่เคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ คือไทยลีก ได้รับปีละ 20 ล้านบาท, ไทยลีก 2 ได้รับ 3 ล้านบาท และไทยลีก 3 ได้รับทีมละ 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในส่วนของเงินพัฒนาสโมสร (เอฟเอ เดเวลอปเม้นต์ ฟันด์) จะขอพักเอาไว้ก่อนเพื่อรักษาสถานภาพการเงินของสโมสร

ส่วนประเด็นต่อมาเกี่ยวกับเรื่องผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล จากที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เคยเซ็นสัญญากับบริษัท เซ้นส์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ไปเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2563 เป็นระยะเวลายาว 8 ปีด้วยกันนั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตามหลักแล้วคู่สัญญาต้องวางหลักประกัน เป็นหนังสือค้ำประกันหรือแบงค์การันตี ในวันที่ 31 มกราคม แต่เนื่องจากคู่สัญญาไม่ได้ส่งมอบให้กับบริษัท ไทยลีก จำกัด ตามเงื่อนไขสัญญา ในขณะที่ทางสมาคมฯ ได้มีการทวงถามคู่สัญญาหลายครั้ง มีการปรับค่าลิขสิทธิ์ลดลงในปีที่ 1-2 และเปิดโอกาสให้คู่สัญญาได้เข้าทำสัญญาอีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ซึ่งทางสมาคมฯเอง ไม่สามารถนำฟุตบอลไทยไปเสี่ยงกับเวลาที่เหลือน้อยลง ดังนั้น ไทยลีก และสมาคมฯ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ต้องตัดสินใจ หาคู่สัญญารายใหม่ที่สนใจอย่างจริงจังที่จะเข้าร่วมในการเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลอาชีพของไทย เพื่อว่าไทยลีก และ สมาคม จะได้มั่นใจว่า มีรายได้เพียงพอที่จะทำให้การแข่งขันฟุตบอลอาชีพของไทยเดินหน้าต่อไปได้

“ทางสมาคมฯ และไทยลีก ยืนยันว่าทุกสโมสรจะไม่ได้รับผลกระทบต่อการเลิกสัญญาครั้งนี้ และการถ่ายทอดสดจะยังคงมีขึ้นในช่องทางต่างๆ ทุกคู่ รวมถึงฟรีทีวีบางคู่ และมีแบบออนไลน์ให้แฟนบอลได้รับชมทั้งฤดูกาล สมาคมฯ และบริษัทไทยลีก จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อเป็นผู้ดำเนินการด้านลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดด้วยตนเอง และจะมอบเงินสนับสนุนให้สโมสรสมาชิกตามที่ได้ประกาศเอาไว้ รวมถึงสรุปช่องทางการถ่ายทอดสดเพื่อนำมาแจ้งให้กับสโมสร แฟนบอล สปอนเซอร์และสื่อมวลชนทราบ ต่อไป แต่โดยหลักการแล้วสมาคมฯ กับไทยลีก จะไม่ทิ้งสโมสร และจับมือข้ามผ่านวิกฤติไปด้วยกัน และที่สำคัญคือการแข่งขันฟุตบอลอาชีพจะต้องดำเนินต่อไป เว้นเสียแต่วิกฤติการณ์ครั้งนี้จะเลวร้ายกว่านี้ ที่คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

นายพาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวชี้แจงเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ทางสมาคมฯ มีความชัดเจนเพียงพอว่าจะมีการถ่ายทอดสดและมีงบประมาณที่จะสนับสนุนสโมสรได้ แม้ว่าคู่สัญญาเดิมจะไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่บังคับเอาไว้ ทางสมาคมฯ ได้นำลิขสิทธิกลับมาบริหารเอง และให้ความมั่นใจว่าจะดำเนินการแข่งขันและถ่ายทอดสดได้ จึงได้มีการแจ้งให้สโมสรได้รับทราบ จากนี้คงจะเชิญผู้ที่สนใจ และบริษัทที่มีศักยภาพเข้ามาพูดคุย ซึ่งก่อนจะถึงช่วงเปิดฤดูกาล เชื่อว่าจะมีการชี้แจงรายละเอียดให้รับทราบได้อีกครั้งหนึ่ง

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานบริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด กล่าวว่า ในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือว่าเอกชนที่จะสามารถช่วยให้พ้นผ่านวิกฤตินี้ไปได้ ก็พร้อมจะนำมาใช้ทั้งหมด มีหลายบริษัทที่ดีลกันเอาไว้ และจะคัดเลือกบริษัทที่ให้ผลประโยชน์ดีที่สุด ส่วนจำนวนเงินนั้นคงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะมากหรือน้อยกว่าที่คู่สัญญาเดิมเคยยื่นเอาไว้ แต่ถ้าได้มากกว่าเดิม นั่นหมายความว่าสโมสรก็จะได้รับเงินมากขึ้นด้วย ส่วนบริษัท ทรูวิชั่นส์ ที่เคยถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมาก่อนนั้น ทางสมาคมฯ ก็เปิดกว้าง เป็นผู้ที่สามารถเข้ามาเจรจาได้ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าไหนที่สร้างมูลค่าจากการถ่ายทอดสดได้ ก็สามารถเข้ามาคุยได้หมด

รักษาการประธานไทยลีก กล่าวเสริมว่า ในเรื่องของการจัดการลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดต่างๆ อาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งแบบที่ขายยกแพ็ค รวมทั้งฟุตบอลลีก, ทีมชาติ, ฟุตบอลหญิง, ฟุตซอล หรืออาจจะขายแยกทีละรายการก็เป็นไปได้เช่นกัน ส่วนไตเติ้ลสปอนเซอร์ของการแข่งขันแต่ละรายการ ทางบริษัท แพลนบี กำลังทำงานในส่วนนี้ และยืนยันว่าทั้ง3 ลีกใหญ่ไทยลีก 1, ไทยลีก 2 และไทยลีก 3 จะมีไตเติ้ลสปอนเซอร์แน่นอน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon