ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย หลังจากบุกทำศึกฟุตบอล 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 3 บุกพ่าย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 1-3 และบุกแพ้ อิรัก 0-4 ที่ปาส สเตเดียม (สนามกลาง) กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ทำให้ทีมชาติไทยลงเตะ 4 นัด แพ้รวด ยังไม่มีแต้ม รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม ทำให้โอกาสผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียริบหรี่เต็มทีนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม “เสี่ยขจร” นายขจร เจียรวนนท์ ผู้จัดการทีมชาติไทย พร้อมด้วย “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ช และนักเตะทีมชาติไทยได้ออกเดินทางจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ด้วยสายการบินเอติฮัด แอร์เวย์ เที่ยวบินที่อีวาย 408 และมาต่อเครื่องที่กรุงอาบูดาบี ประเทศยูเออี ก่อนเดินทางมาถึงยังสนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่เรียบร้อยท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างคึกคักจากแฟนบอลไทย
โค้ชซิโก้เปิดเผยว่า ขอโทษแฟนบอลชาวไทยที่พาทีมพ่ายทั้ง 2 นัด ซึ่งนักเตะทุกคนรู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถคว้าชัยขนะได้ ในเกมกับอิรักนั้น ทุกคนพยายามอย่างเต็มที่ทั้งที่ต้องเล่นเพียง 9 คน เพราะมีหลายสิ่งเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นใบแดงอันน่ากังขาของกรวิทย์ นามวิเศษ กองหลังตัวหลัก, อาการบาดเจ็บของประทุม ชูทอง กองหลังอีกคนที่ต้องหามส่งโรงพยาบาล และการโดนเตะของธนา ชะนะบุตร ศูนย์หน้า แต่ฝืนเล่นต่อจนจบเกม ซึ่งตั้งแต่ทำฟุตบอลมาตัวเองไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน อีกทั้งก็ไม่เคยวิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน แต่ครั้งนี้เกินกว่าที่จะยอมรับได้
กุนซือทีมชาติไทยกล่าวต่อว่า หลังจบเกมผู้ควบคุมการแข่งขันได้บอกให้เขียนรายงานถึงสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) หากเห็นว่าผู้ตัดสินตัดสินผิดพลาด แต่คงไม่เขียนไปเพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรส่วนใบแดงของกรวิทย์นั้นจะไม่มีการอุทธรณ์ใดๆ เช่นกัน เนื่องจากเกมได้จบไปแล้ว และคิดว่าคงไม่ผ่านการอุทธรณ์ทำให้จะติดโทษแบนในเกมกับออสเตรเลียวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ โดยหลังจากนี้จะต้องเตรียมทีมกันใหม่ซึ่งทีมไทยยังมีเกมในบ้านเหลืออีก 4 นัดพบออสเตรเลีย, ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี และอิรัก โดยหากเก็บชัยชนะจาก 3 ทีมหลังได้จะเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมา แต่หากแพ้ก็ต้องยอมรับว่ามาตรฐานของไทยยังสู้กับทีมเหล่านี้ไม่ได้
โค้ชซิโก้กล่าวในตอนท้ายว่าจะเข้าหารือกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯเพื่อหารือเกี่ยวกับการเตรียมทีมนัดที่ 5 เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบออสเตรเลียวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ รวมถึงศึกชิงแชมป์อาเซียน หรือ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016” ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งนัดแรกจะเตะวันที่ 19 พฤศจิกายน โดยส่วนตัวอยากใช้ผู้เล่นชุดฟุตบอลโลก ผสมกับผู้เล่นชุด 2 ซึ่งเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ดีในเกมลีก แต่การฝึกซ้อมต้องหารือกับสมาคมอีกครั้งว่าจะให้ฝึกซ้อมร่วมกันอย่างไร เพราะก่อนหน้านั้นต้องเตรียมทีมสำหรับเจอกับออสเตรเลีย และอีก 4 วันจะประเดิมสนามศึกซูซูกิคัพด้วย

