เจ้าภาพสงขลายันรับมือฝนตกรอบชิงคิงส์คัพให้ดีกว่าเดิม
“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย จะพบกับ ซีเรีย ในรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 50 ที่สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา เวลา 20.00 น. ส่วนคู่ชิงอันดับ 3 ฟิลิปปินส์ พบ ทาจิกิสถาน เวลา 16.30 น. วันที่ 14 ตุลาคม ตั๋วเข้าชมการแข่งขัน จำหน่ายหมดไปตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งนัดแรกแล้ว ความจุสนามราว 25,000 คน
ในรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ไทย ชนะ ฟิลิปปินส์ 3-1 “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยิง 1 ประตู และ “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา 2 ประตู ส่วนซีเรีย ชนะ ทาจิกิสถาน 1-0 จาก จาก โมฮัมเหม็ด ออสมัน นักเตะลำพูน วอริเออร์
สำหรับในรอบรองชนะเลิศ คู่ของไทยกับฟิลิปปินส์นั้น มีฝนถล่มลงมาอย่างหนัก ต้องหยุดแข่งหลังเล่นไป 25 นาที เกมหยุดไปราว 1 ชั่วโมง เพื่อไล่น้ำจากสนาม ก่อนกลับมาเตะต่อ
นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในฐานะประธานอำนวยการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 50 กล่าวว่า กรณีน้ำท่วมขังนั้น เพราะฝนตกลงมาหนักมาก ฝ่ายจัดการแข่งขันพยายามเตรียมตัวก่อนหน้านี้แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะตกหนักขนาดนี้ ตอนนี้ถือว่ามีบทเรียนแล้วจากรอบรองชนะเลิศ จะพยายามแก้ไขจุดบกพร่องหลายอย่างให้ดีขึ้นในวันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสำคัญ ขณะเดียวกันก็ขอชื่นชม และดีใจที่แฟนบอลสู้กัน นั่งดูเป็นกำลังใจ หวังว่าในรอบชิงชนะเลิศ ฝนจะเป็นใจให้ชาวสงขลา
สำหรับเรื่องการกางผ้าใบใหญ่คลุมสนาม ที่ช่วงบ่ายวันที่ 11 ตุลาคม ก็มีการกางผ้าใบกันฝนไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ในช่วงฝนถล่มหนักเกม ไทย-ฟิลิปปินส์ มีข้อสงสัยว่า ทำไมไม่มีกางผ้าใบนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผ้าใบผืนยักษ์ถูกม้วนวางไว้ติดอัฒจันทร์ด้านหลังประตูทั้ง 2 ฝั่ง 2 ผืน กระบวนการการนำมากาง ต้องใช้คนจำนวนมากตั้งแถวยกเข้ามาด้านข้างสนาม ก่อนช่วยกันกาง อาจใช้เวลาถึง 15 นาที แต่กรณีฝนตกเกมไทย-ฟิลิปปินส์ นั้นตกลงมาอย่างหนัก ก่อนผู้ตัดสินสั่งหยุดแข่งขัน ซึ่งจะเริ่มกางผ้าใบตอนนั้นก็น่าจะไม่ทันแล้ว
ส่วนประเด็นที่ว่ามีโอกาสหรือไม่ที่ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพครั้งต่อไป จะโยกไปจัดฟีฟ่าเดย์อื่นที่ไม่ใช่หน้าฝน หลังจากช่วงหลังมักเจอปัญหาฝนถล่มนั้น ก่อนหน้านี้ไม่นาน “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เคยกล่าวไว้ว่า ก็มีโอกาสที่คิงส์คัพจะขยับไปแข่งฟีฟ่าเดย์เพื่อเลี่ยงฤดูฝนเช่นกัน

