ศุภณัฏฐ์ฮีโร่! ช้างศึกต่อเวลาชนะปินส์ 3-1 สกอร์รวม 4-3 ลิ่วชิงอาเซียนคัพ
“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ลงสนามทำศึกชี้ชะตากับ “ดิอัซกัลล์” ฟิลิปปินส์ ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “มิตซูบิิชิ อิเล็คทริก คัพ 2024” รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในค่ำวันนี้ (30 ธันวาคม) เวลา 20.00 น.
โดยผลงานนัดแรกทีมชาติไทยบุกไปพ่ายมาก่อน 1-2 ทำให้สถานการณ์ในเกมนัดที่ 2 จากการที่ไม่มีกฎอเวย์โกล ทำให้ไทยต้องชนะมากกว่า 2 ประตูขึ้นไปจึงจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แต่ถ้าชนะแค่ประตูเดียวจะต้องต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที และถ้ายังหาผู้ชนะไม่ได้ต้องดวลจุดโทษชี้ขาด ส่วนฟิลิปปินส์แค่เสมอจะตีตั๋วเข้าชิงเป็นครั้งแรก
ด้านมาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย จัด 11 ตัวแรกไม่มีชื่อของ “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา กองหน้าตัวเก่งที่เป็นไข้ โดยส่ง 11 ตัวจริงมาในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู ปฏิวัติ คำไหม แนวรับจากขวาไปซ้าย ศุภนันท์ บุรีรัตน์, เฉลิมศักดิ์ อักขี, พรรษา เหมวิบูลย์, นิโคลัส มิคเกลสัน กองกลางตัวรับ วีระเทพ ป้อมพันธุ์, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี กลางรุกจากขวาไปซ้าย เสกสรรค์ ราตรี, เบนจามิน เจมส์ เดวิส, สุภโชค สารชาติ กองหน้าตัวเป้า พาตริก กุสตาฟส์สัน
เริ่มเกมมาค่อนข้างอึดอัด ไทยเป็นฝ่ายครองบอลมาได้มากกว่าแต่ก็ยังหาจังหวะจบที่ชัดเจนไม่ได้ จนกระทั่งนาทีที่ 37 เสียงเชียร์ก็ดังกระหึ่มราชมังคลากีฬาสถาน จากจังหวะที่เสกสรรค์ ราตรี ใช้ความขยันไปเก็บบอลที่เกือบหลุดเส้นหลังประตูไป แล้วย้อนกลับมาให้พีรดนย์ ยิงเข้าประตูไปให้ไทยขึ้นนำ 1-0 สกอร์รวมกลับมาเท่ากัน 2-2
ช่วงท้ายครึ่งแรก ไทยเกือบได้ประตูที่สองจากจังหวะที่สุภโชค สารชาติ ได้ยิงบอลชนคานอย่างจัง ทำให้พลาดโอกาสได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรกไทยนำฟิลิปปินส์ 1-0 สกอร์รวมยังเสมอกัน 2-2
ครึ่งหลังนาทีที่ 54 ไทยได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่วีระเทพ ป้อมพันธุ์ จ่ายให้พาตริก กุสตาฟส์สัน หลุดเข้าไปยิง โดยทีแรกมีการยกธงล้ำหน้า แต่หลังจากเช็กวีเออาร์แล้ว พาตริก ยังอยู่ในไลน์แนวรับ ทำให้ไทยได้ประตูนำห่าง 2-0 สกอร์รวมพลิกกลับมานำ 3-2 สำเร็จ
จากนั้นในนาทีที่ 63 ไทยปรับเปลี่ยนผู้เล่นถอด 2 คนที่ทำประตูอย่าง พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี และ พาตริก กุสตาฟส์สัน ออก แล้วส่ง อัครพงศ์ พุ่มวิเศษ และ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ลงมาแทน ก่อนที่ไทยเกือบเสียประตูในนาทีที่ 70 จากลูกฟรีคิกของ ซิโก้ ไบลี่ แต่ว่าปฏิวัติ คำไหม โชว์ซุปเปอร์เซฟปัดออกไปได้
เกมกลายเป็นฟิลิปปินส์ที่ครองบอลได้มากกว่าและพยายามหาจังหวะเข้าทำจนมาได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 84 จากการยิงของบียอร์น คริสเตนเซ่น ทำให้ไล่มาเป็น 1-2 สกอร์รวมเท่ากัน 3-3 อีกครั้ง
ฟิลิปปินส์เหมือนได้ใจเป็นฝ่ายครองบอลบุกอย่างหนักและเกือบได้ประตูตีเสมอจากจังหวะชลมุนหน้าประตูและได้โอกาสยิงถึง 3 หนแต่ไม่เข้าประตู ทำให้ไทยรอดพ้นการเสียประตูอย่างหวุดหวิด จบ 90 นาทีไทยชนะ 2-1 แต่สกอร์รวมเท่ากัน 3-3 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษฮอกไปอีก 30 นาที
เริ่มช่วงต่อเวลาพิเศษมาได้เพียงเล็กน้อย ไทยต้องเปลี่ยนผู้เล่นคนที่ 6 เมื่อวีระเทพ ป้อมพันธุ์ ได้รับบาดเจ็บต้องหามออกมา โดยส่ง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ลงมาเล่นแทน แต่ครึ่งแรกไทยยังตั้งเกมของตัวเองไม่ได้ ก่อนจะมาเริ่มเร่งเครื่องในช่วงครึ่งหลังแล้วก็มาทำประตูได้สำเร็จ จากลูกโหม่งของ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ทำให้ไทยขึ้นนำ 3-1 ในเกมนี้ และสกอร์รวมขึ้นนำอีกครั้ง 4-3
จบเกม ไทยเอาชนะฟิลิปปินส์ 3-1 สกอร์รวม 2 นัดไทยชนะฟิลิปปินส์ 4-3 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ เวียดนาม โดยจะบุกไปเยือนก่อนในวันที่ 2 มกราคม 2568 และกลับมาเล่นที่ไทย ในวันที่ 5 มกราคม 2568









