สมยศ แจงยิบทุกประเด็นร้อนบอลไทย ยันพร้อมชี้แจงในชั้นศาลทุกอย่าง

12.03.25 | 18:40 น.

สมยศ แจงยิบทุกประเด็นร้อนบอลไทย ยันพร้อมชี้แจงในชั้นศาลทุกอย่าง

จากกรณีที่ “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แถลงแนวทางหลังศาลฎีกาสั่งให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ชดใช้ค่าเสียหายกับ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด(มหาชน) 360 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย โดยระบุว่า เรื่องนี้มาจากผู้บริหารชุดเก่า จึงเตรียมจะเสนอสภากรรมการมีมติ ฟ้องไล่เบี้ยกับผู้ที่ทำให้เสียหาย นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาไปยังอดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ หลายเรื่อง อาทิ การจ่ายค่าทนาย 30 ล้านบาท, หรือการที่ยังไม่เห็นหลักฐานการคืนเงินเดือนกลับเป็นเงินบริจาคให้กับสมาคม

“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยว่า ไม่ได้กังวลหากมาดามแป้งจะฟ้อง ก็เป็นสิทธิที่มาดามแป้งจะทำ ส่วนตัวยืนยันว่าพร้อมชี้แจงในชั้นศาลทุกอย่าง ซึ่งทุกเรื่องที่โดนกล่าวหา ทั้งเรื่องยกเลิกลิขสิทธิ์นั้น จริงๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการยกเลิกลิขสิทธิ์ แต่ยกเลิก สยามสปอร์ต ที่เป็นคนดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ในยุคก่อนหน้านี้ และทำให้ สยามสปอร์ต เสียหาย เนื่องจากบริษัทเขาได้เตรียมซื้อรถโมบายถ่ายทอดสด และการเตรียมอุปกรณ์ในการถ่ายทอดสดล่วงหน้า ทำให้เขามีผลกระทบจนเกิดความเสียหาย ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ฟุตบอล เพราะทรูที่ซื้อสิทธิไปยังจ่ายเงินให้กับสมาคมปกติ และมีอีกหลายเรื่องที่ทำไปเพื่อประโยชน์ต่อสมาคมและสโมสรสมาชิก เกี่ยวกับการยกเลิกการดูแลสิทธิประโยชน์ของสยามสปอร์ตในช่วงนั้น

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องจ้างทนายความสู้คดีจำนวน 30 ล้านบาทนั้น คดีอาญากับคดีแพ่ง ก็เป็นไปตามปกติอยู่แล้ว คดีอาญา ค่าใช้จ่ายถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับคดี ส่วนคดีแพ่ง ในค่าทนายความขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ การฟ้องร้องของจำนวนเงิน ขณะที่เรื่องขายสิทธิ Data Analysis ที่เป็นข้อมูลจากการถ่ายทอดสดนั้น ก็ไม่ได้ไปขายข้อมูลลับอะไร ซึ่งสมาคมในปัจจุบันก็ได้เงินอยู่ ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสม ทำไมสมาคมไม่สั่งยกเลิก

บิ๊กอ๊อดกล่าวว่า ส่วนเงินกู้ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) จำนวน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 155 ล้านบาท ตอนนั้นฟีฟ่ามีโครงการเงินกู้ช่วยเหลือช่วงวิกฤตโควิด-19 ให้กับสมาชิกทุกประเทศทั่วโลก 211 ประเทศ ซึ่งสมาคมก็กู้มาเพื่อนำมาใช้จ่ายช่วยเหลือและบริหารต่างๆ ของสมาคม ก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้นำเข้ากระเป๋าส่วนตัว ไม่ได้กังวลอะไร พร้อมอธิบายและชี้แจงทุกเรื่องในชั้นศาลหากมีการฟ้องร้อง

Advertisement