ชนน์ชนก ยันบุรีรัมย์พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ ดวลอัล อาห์ลี ถ้วยใหญ่เอเชีย
ความเคลื่อนไหวของสโมสร “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวแทนหนึ่งเดียวของประเทศไทย และสโมสรอาเซียนที่ได้เข้าไปโลดแล่นในการแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีลิท รอบไฟนัลสเตจ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย
ภายหลังจากสมาหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ได้มีการจับสลากประกบคู่การแข่งขัน รอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งนำทีมจากโซนตะวันออก และตะวันตก มาพบกันแข่งแบบน็อกเอาต์ นัดเดียว เพื่อหาคู่ชิงชนะเลิศ ที่เอเอฟซี ฮับ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่าน
ผลการจับสลากประกบคู่ ปรากฏว่า “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะต้องพบกับยอดทีมอย่าง อัล อาห์ลี ซาอุดี เอฟซี ตัวแทน 1 ใน 3 ของสโมสรจากซาอุดีอาระเบีย ที่ผ่านเข้ามาสู่รอบนี้ ซึ่งจะฟาดแข้งกันในวันที่ 26 เมษายน 2568
หลังจากผลการจับสลากประกบคู่จบลง “หนุน” นายชนน์ชนก ชิดชอบ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนเข้าร่วมพิธีจับสลากในครั้งนี้ เปิดเผยว่า บรรยากาศการจับสลากครั้งนี้ ตัวแทนจากทุกสโมสรดูมีความตึงเครียดมากกว่าการจับสลากในรอบลีกสเตจ เพราะทุกทีมที่เข้ามาถึงจุดนี้ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทุกทีมหวังที่จะไปให้ถึงแชมป์ทั้งนั้น ทั้งสองโซนเหลือแต่ทีมใหญ่ๆ เข้ามา ไม่มีทีมไหนถือว่าเป็นทีมเล็ก ซึ่งเป็นบรรยากาศที่สามารถรับรู้ได้ถึงความกดดัน ในการเข้าไปร่วมงานครั้งนี้
นายชนน์ชนก กล่าวอีกว่า ส่วนการพบกับสโมสรอัล อาห์ลี เหมือนกับเป็นเจ้าบ้าน ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ เนื่องจากสนามเหย้าของพวกเขาคือ สังเวียนแข่งขันครั้งนี้ ต้องบอกก่อนว่า ก่อนการจับสลากการแข่งขัน เราคิดว่ามันไม่สำคัญว่าเราจะจับเจอใคร แต่สำหรับตนการมาถึงจุดนี้ ทุกทีมมีความแข็งแกร่งมากๆ ทุกทีมเป็นทีมท็อปของระดับเอเชีย ซึ่งบางทีมอาจจะไปสู้กับทีมระดับโลก หรือไปแข่งขันในลีกยุโรปได้เลย
“การที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาถึงรอบนี้ได้ จริงๆ ผมไม่อยากเรียกมันว่าเป็นเป้าหมาย ผมเชื่อว่าผู้เล่น ทีมงานสต๊าฟโค้ช รวมถึงผู้บริหารทุกคนต่างที่อยากจะผ่านรอบลีกสเตจ เพื่อเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายให้ได้ เท่านี้เราก็ภูมิใจแล้ว แต่การทะลุมาถึงรอบ 8 ทีมได้ในเวลานี้ มันคือความฝันที่สูงที่สุดที่เราจะทำได้ ตอนนี้พวกเรา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังไม่อยากตื่นจากความฝัน เราอยากจะให้ความฝันอันนี้เดินต่อไป เพราะมันคือฝันที่ดี ไม่ใช่ว่าการมาถึงซาอุดีอาระเบียแล้วเราจะตื่นจากความฝัน เราต้องการที่จะฝันต่อไปอีกเรื่อยๆ ไปให้นานที่สุด และไกลที่สุด ผมเชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจว่าเราหมายความว่าอะไร เราต้องการเดินต่อไป และสร้างเซอร์ไพรส์ต่อไป ในรอบไฟนัลสเตจ ในโลกของฟุตบอล มันมีคำพูดว่า ฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ สิ่งที่สำคัญมันอยู่ที่ตัวเราแล้วว่า เราเลือกที่จะสู้ ถ้าเรามีความคิดว่าจะสู้ เราก็ต้องเดินต่อไป”
นายชนน์ชนก ได้ตอบคำถามสื่อท้องถิ่นต่อไปอีกว่า เชื่อเถอะว่ามาถึงตรงนี้ หลายคนรวมถึงทีมที่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายมา มองว่าเราเป็นม้านอกสายตา แต่พวกเราเล่นฟุตบอลถ้วยเอเชียมาโดยตลอด ทั้งรูปแบบเก่า และรูปแบบใหม่ เราถูกมองว่าเป็นรองมาตลอด แต่เราก็สามารถเอาชนะทีมจากญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย มาได้ตลอด มันไม่มีเหตุผลเลยที่เราจะเก็บชัยชนะอีกไม่ได้ มันไม่มีทีมไหนไม่น่ากลัว เราก็แค่ลุกไปทำหน้าที่ของเรา ให้มันออกมาดีที่สุด ทำให้มันมีความเชื่อมั่นที่สุด
นอกจากนี้ นายชนน์ชนก ชิดชอบ ยังตอบคำถามสื่อมาเลเซีย ที่ยกให้ปราสาทสายฟ้า เป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียนว่า เรามีความสุขกับผลงานมากๆ อยู่แล้ว ที่แฟนบอลชื่นชม และยกตำแหน่งคิงออฟอาเซียน ให้เรา แต่ต่อจากนี้เราไม่อาจจะพูดได้ทุกปีว่าเรา เป็นทีมเบอร์หนึ่งของอาเซียน เพียงเพราะชนะ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม เพียงแมตช์เดียว มันเป็นเรื่องที่เราอาจจะได้เจอยะโฮร์ทุกปี ซึ่งเขาโดนเราเอาชนะไปครั้งหนึ่งแล้ว แน่นอนว่าเขาไม่ยอมเราอีกแน่ พวกเขาน่าจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นในฤดูกาลหน้า
“นั่นหมายความว่า เมื่อเขาเสริมตัวผู้เล่น เราเองก็ต้องเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่ง ด้วยการเติมตัวผู้เล่น เพราะถ้าเราไม่เสริมตัวผู้เล่น ปีหน้าเราอาจจะเสร็จเขาบ้างก็ได้ แต่มุมมองของผม การที่ปราสาทสายฟ้า เจอกับ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม มันเหมือนเป็นดาร์บี้แมตช์ที่ปลุกวงการฟุตบอลระดับสโมสรอาเซียนให้ตื่นขึ้น จากนี้เชื่อว่าตัวนักเตะทุกคนในอาเซียนจะพัฒนา ผมหวังว่าเราจะได้เจอกับยะโฮร์ ที่แข็งแกร่งขึ้นทุกปี และช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลอาเซียน ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ทีม ในประเทศไทย และมาเลเซีย แต่รวมถึงทุกๆ ทีม ในชาติอาเซียนด้วย”
นายชนน์ชนก ยังเปิดเผยหลังทราบผลการจับสลากถึงการได้คุยกับ “ลุงเน” นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่า ก่อนเดินทางไปร่วมพิธีจับสลาก คุณพ่อบอกแล้วว่าเจอใคร ก็เป็นงานหนักทุกทีม ตอนนี้เราทำได้แต่เพียงเตรียมทีมให้พร้อมที่จะสู้กับทุกทีม เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าเราจะนำเท่าไหร่ หรือสกอร์มันจะตามเท่าไหร่ เกมมันจะดูแย่แค่ไหน แต่เราต้องสู้ด้วยศักดิ์ศรีให้เต็มที่ เพราะเรา คือ ตัวแทนสุดท้ายของประเทศไทย รวมถึงของสโมสรจากอาเซียน
“ในทีมของเรามีนักเตะจากชาติอาเซียนหลายคน เราต้องทำให้สมศักดิ์ศรีสโมสรอาเซียน เราจะทำให้แฟนบอลทั้งอาเซียนภาคภูมิใจในสโมสรของพวกเราว่าทีมตัวแทนจากอาเซียน หากเป็นไปได้ในฤดูกาลหน้า เราอยากให้ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม เป็นเพื่อนร่วมอาเซียน เดินทางมาให้ได้ไกลพร้อมกับพวกเรา”

