มาดามแป้ง ยันลิขสิทธิ์ไทยลีกสัญญาณดี ย้ำทุกทีมได้เงินหนุนไม่น้อยกว่าเดิม
“มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจากับผู้สนใจประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก ซึ่งเปิดประมูลตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันเดือนพฤษภาคม ยังไม่มีข้อสรุป ซึ่งฟุตบอลลีกฤดูกาล 2025/26 จะเปิดฉากในเดือนสิงหาคมนี้ว่า การพูดคุยกับผู้สนใจ ประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ฟุตบอลไทยลีก เป็นไปในเชิงบวก แต่ด้วยการประมูลระยะยาว 4 ปี ตั้งแต่ฤดูกาล 2025/26-2028/29 ทำให้ต้องใช้เวลาในการพิจารณา ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยที่ผ่านมา มีนัดเจรจากันหลายครั้งจนคืบหน้า และการพูดคุยเป็นไปได้ด้วยดี มั่นใจมีข่าวดีได้ในที่สุด
มาดามแป้ง กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่าสโมสรสมาชิกทั้ง 3 ลีก จะได้เงินสนับสนุนขั้นต่ำ ไม่น้อยกว่า ฤดูกาล 2024/25 อย่างแน่นอน พร้อมขอให้เชื่อมั่นว่า แม้ปัจจุบัน สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะเผชิญกับวิกฤติทางการเงินอย่างหนัก และหนี้สินรัดตัว หลังจากแพ้คดีให้กับบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด ซึ่งเป็นผลจากผู้บริหารชุดเก่า แต่ขอให้สโมสรสมาชิก มั่นใจว่าตนจะยัง สามารถบริหารจัดการกิจการของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และการจัดการแข่งขันไทยลีก ได้อย่างแน่นอน ขอให้ทุกคนช่วยสนับสนุนการทำงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ในยุคนี้ต่อไป
ขณะเดียวกันในปัจจุบัน “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยังได้จ่ายเงินสนับสนุนสโมสรสมาชิก ครบทั้ง 3 ลีกแล้วเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม รวมเป็นเงิน 280 ล้านบาท แบ่งเป็น ไทยลีก 1 สโมสรละ 10 ล้านบาท , ไทยลีก 2 สโมสรละ 3 ล้านบาท และ ไทยลีก 3 สโมสรละ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นเครื่องการันตีว่า สมาคมฯ ไม่เคยละทิ้งต่อหน้าที่การดูแลความเป็นอยู่ของสโมสรสมาชิก ด้วยความเข้าใจสภาพเศรษฐกิจ ที่ส่งผลต่อการทำทีมในปัจจุบัน
ทั้งนี้เมื่อเปิดย้อนดูค่าลิขสิทธิ์ของฟุตบอลไทยที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุคเริ่มก่อตั้ง ในช่วงปี 2011-2013 ได้จากทรูวิชั่นส์ ปีละ 200 ล้านบาท รวม 3 ปี 600 ล้านบาท จากนั้นสัญญาต่อมาช่วงปี 2014-2016 ได้เพิ่มเป็นปีละ 600 ล้านบาท รวม 3 ปี 1,800 ล้านบาท จนมูลค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทยพุ่งขึ้นสูงสุดในช่วงปี 2017-2020 ทรูวิชั่นส์เซ็นสัญญาเฉลี่ยปีละ 1,050 ล้านบาท รวม 4 ปี 4,200 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2020 ที่มีการประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลไทย โดยบริษัท เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ซึ่งทุ่มเงิน 12,000 ล้านบาท คว้าลิขสิทธิ์ยาว 8 ปี ตกปีละ 1,200 ล้านบาท แต่ยังไม่ทันได้เริ่มสัญญาก็มีการยกเลิกสัญญาก่อนเนื่องจากไม่สามารถวางหลักประกัน และเงินงวดแรกได้ ทำให้ในฤดูกาล 2021-22 เป็น “เอไอเอส” ที่ซื้อไปในราคา 800 ล้านบาท จากนั้นในฤดูกาลต่อมา 2022-23 เหลือเพียง 300 ล้านบาทเท่านั้น
จนกระทั่งฤดูกาล 2023-24 มูลค่าตอนประมูลตกต่ำลงเหลือแค่ 50 ล้านบาท ทำให้สโมสรไทยลีก 1 ขอแยกออกมาถ่ายทอดสดด้วยตัวเอง โดยมี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และการท่าเรือ เอฟซี เป็น 3 สโมสรที่ร่วมกันลงขันทีมละ 10 ล้านบาท เพื่อให้มีการถ่ายทอดสดไปได้
จากนั้นในฤดูกาล 2024-25 ซึ่ง “มาดามแป้ง” เข้ามารับตำแหน่งนายกสมาคมฯ แล้ว ได้มีการขายลิขสิทธิ์ให้กับ “ทรูวิชั่นส์” อีกครั้ง ซึ่งมีรายงานว่ามูลค่าอยู่ที่ 190 ล้านบาทด้วยกัน

