กาญจนบุรี-สงขลา ยื่นขอเจ้าภาพจัด คิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ‘ช้างศึก’ ลุ้นได้คู่แข่งนอกเอเชีย

21.05.25 | 15:15 น.

กาญจนบุรี-สงขลา ยื่นขอเจ้าภาพจัด คิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ‘ช้างศึก’ ลุ้นได้คู่แข่งนอกเอเชีย

ตามที่ นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ประธานสโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี ทีมในศึกเมืองไทย ลีก ที่กำลังลุ้นเลื่อนชั้นขึ้นลีกสูงสุดในรอบเพลย์ออฟ ยื่นขอเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 51 อย่างเป็นทางการ โดยจะใช้สนามกลีบบัว จ.กาญจนบุรี เป็นสังเวียนฟาดแข้ง

นอกจากนั้นยังได้ยกจุดเด่นของจังหวัดกาญจนบุรีหลายข้อ เพื่อให้สมาคมฯ พิจารณา ดังนี้
– การเดินทางจากกรุงเทพ ผ่าน Motorway M81 ใช้เวลา 50 นาทีถึง เร็วกว่ารถติดในกรุงเทพอีก
– ไม่เคยจัดคิงส์คัพ เพิ่มการมีส่วนร่วมของทุกคน
– แหล่งท่องเที่ยวมโหฬาร เยอะมากๆ
– ค่าครองชีพถูก
– อาหารอร่อย สด ปลาแม่น้ำ ธรรมชาติ
– สนามค่อนข้างพร้อม อาจมีปรับปรุงนิดหน่อย
– โปรโมตการท่องเที่ยวของประเทศไทย
– เพิ่มจังหวัดในการจัดกีฬาระดับชาตินอกเหนือจากกรุงเทพ
– คนกาญจนบุรีน่ารัก ใจดี เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก และยังมีอีกหลายอย่าง มากาญจนบุรีครั้งเดียวไม่เคยพอ

ด้าน “เลขาหนึ่ง” นายเอกพล พลนาวี เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ยอมรับตอนนี้มีจังหวัดที่ยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 51 อย่างน้อย 2 จังหวัด ประกอบด้วยกาญจนบุรี และสงขลา เจ้าภาพครั้งที่ผ่านมา

“สมาคมจะปิดรับจังหวัดที่ต้องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพคิงส์คัพ ครั้งที่ 51 ในวันที่ 23 พฤษภาคม คงต้องรอดูวันสุดท้ายว่ามีกี่จังหวัดที่แสดงความต้องการในการเป็นเจ้าภาพ เมื่อได้รายชื่อจังหวัดที่เสนอตัวครบแล้วเราจะแจ้งให้แฟนบอลไทยรับทราบ”

Advertisement

“เมื่อทราบจำนวนจังหวัดที่เสนอตัวแล้วทางสมาคมจะส่งทีมงานไปตรวจสอบความพร้อมของแต่ละจังหวัดว่าจังหวัดใดมีความมากน้อยเพียงอย่างไร ต้องปรับปรุงอะไรเพิ่มเติมบ้าง จากนั้นจึงจะมีการประกาศชื่อจังหวัดที่จะได้รับเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการ”

“ส่วนทีมที่จะเข้าร่วมคิงส์คัพครั้งนี้ เราได้ส่งหนังสือเชิญชาติต่างๆ ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่สามารถบอกชื่อประเทศอย่างเป็นทางการได้ เนื่องจากต้องรอหนังสือตอบรับเข้าร่วมอย่างเป็นทางการจากประเทศเหล่านั้นกลับมาเสียก่อน โดยเบื้องต้นเป็นทีมในทวีปเอเชีย และเราได้ส่งหนังสือเชิญทีมชาติอื่นนอกทวีปเอเชียด้วย ดังนั้นต้องรอหนังสือรับอย่างเป็นทางการจึงจะประกาศให้ทราบอีกครั้ง”

ขณะที่คุณสมบัติที่สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กำหนดไว้สำหรับจังหวัดใดที่มีความประสงค์จะจัดการแข่งขัน จะต้องมีความพร้อมพื้นฐานตามเกณฑ์ต่างๆ ของแมตช์นานาชาติ ดังนี้
– สนามแข่งขัน ห้องปฏิบัติการ และสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำของไทยลีก (เอเอฟซี) เนื่องจากเป็นทัวร์นาเมนต์ 4 ทีม จะต้องมีสนามซ้อมอย่างน้อย 2 สนาม และห้องแต่งตัวของสนามแข่งขันอีก 4 ห้อง
– ไฟส่องสว่างสนามแข่งขันที่ได้มาตรฐาน
– สนามซ้อมที่ได้มาตรฐาน
– ไฟส่องสว่างสนามซ้อมที่ได้มาตรฐาน
– โรงแรม ในระดับ 4-5 ดาว และเพียงพอต่อการรองรับ บุคลากรในส่วนต่างๆ ทั้งในเรื่องของทีมแข่งขัน, คณะผู้ตัดสิน และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน
– อาหารนานาชาติ
– การเดินทางจากสนามบินนานาชาติ และสนามบินในประเทศ ที่ไม่ได้อยู่ห่างเกินไป
– บุคลากรจัดการแข่งขัน

ทั้งนี้ข้อกำหนดต่างๆ ถือเป็นการยกระดับ ปรับปรุง สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก เช่นสนามแข่งขัน สนามซ้อม ให้กับสนามกีฬาจังหวัด ซึ่งส่งผลต่ออนาคตที่ประเทศไทยจะมีสนามที่ได้มาตรฐานนานาชาติ ตามที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ระบุไว้มากขึ้น โดยสมาคมจะเปิดให้จังหวัดที่สนใจได้ส่งเอกสาร ยื่นความจำนงภายในวันที่ 23 พฤษภาคม